หน้าเป็นรอยสิว รักษายังไงก็ไม่หาย ทำยังไงดี!?

เป็นสิวว่าเจ็บปวดแล้ว รอยสิวหลังสิวหายยิ่งเจ็บปวดกว่าเพราะรักษายากมาก ซึ่งปัญหาหน้าเป็นรอยสิวรักษายังไงก็ไม่หาย เชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องเคยเจอ เนื่องจากรอยสิวเหล่านี้มักมาในรูปแบบรอยดำ รอยแดง หรือหนักเข้าหน่อยก็เป็นแผลเป็นลึกอย่างหลุมสิว ซึ่งทำให้ยากต่อการรักษาขึ้นไปอีก สำหรับใครที่กำลังประสบปัญหาหน้าเป็นรอยสิวก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะคะ เพราะปัญหานี้ใช่จะไร้ทางแก้เสมอไป

หน้าเป็นรอยสิว รักษายังไงก็ไม่หาย ทำยังไงดี!? วันนี้เราไปทำความรู้จักกับสาเหตุการเกิดพร้อมร่วมหาวิธีรักษาไปพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ

หน้าเป็นรอยสิวเกิดจากอะไร

รอยสิว คือ รอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว (สิวคือ การอักเสบหรืออุดตันของรูขุมขนใต้ผิวหนัง) มักมีที่มาจากสิวอักเสบหรือสิวอุดตัน เมื่อสิวเหล่านี้ยุบตัวลงก็มักจะทิ้งร่องรอยเอาไว้ ซึ่งรอยสิวบนใบหน้ามักเกิดจากกระบวนการที่ร่างกายพยายามฟื้นฟูสภาพผิวด้วยการสร้างสารคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ จึงปรากฏเป็นรอยสิวในรูปแบบต่าง ๆ บนผิวหนัง ซึ่งชนิดของสิวสามารถแบ่งตามระดับความรุนแรง ได้แก่

  • รุนแรงน้อย : สิวหัวขาว สิวหัวดำ
  • รุนแรงปานกลาง : สิวตุ่มแดง สิวหัวหนอง
  • รุนแรงมาก : สิวก้อนลึก สิวซีสต์

โดยรอยสิวที่เกิดจากสิวแต่ละประเภทก็จะแตกต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไปรอยสิวจะมีทั้งหมด 2 รูปแบบ ได้แก่ รอยสิวทั่วไป (รอยดำ รอยแดง) และรอยสิวหลุมลึก (หลุมสิว) แต่ทั้งนี้ระดับความรุนแรงของรอยสิวบนใบหน้าก็สามารถขึ้นอยู่กับการแกะหรือการบีบสิวของเราด้วย

หน้าเป็นรอยสิว มีวิธีรักษาอย่างไรให้เห็นผลดี

หน้าเป็นรอยสิว จะรักษาอย่างไรให้เห็นผลดีล้วนต้องขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของรอยสิวนั้น ๆ ด้วย อย่างเช่น รอยสิวชนิดหลุมลึกอาจต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานานกว่า และถ้าเป็นระดับรุนแรงก็อาจไม่สามารถรักษาให้หายอย่างสมบูรณ์ได้ ในขณะที่รอยสิวทั่วไปสามารถรักษาให้หายได้ง่ายกว่า ซึ่งวิธีรักษาที่สามารถทำได้ ได้แก่

  • รับประทานวิตามินลดรอยดำ : อาหารเสริมหรือวิตามินจำพวกวิตามินซีและวิตามินอีสามารถช่วยลดเลือนรอยดำจากสิวได้ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบทาครีมหรือทายาลดรอย ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น รอยสิวบนใบหน้าดูจางลง แต่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการเห็นผลอย่างน้อย 1-2 เดือน และจำเป็นต้องกินเป็นประจำอย่างต่อเนื่องจึงจะเห็นผลชัดเจนที่สุด โดยวิตามินเหล่านี้สามารถหาซื้อได้ทั่วไปค่ะ แต่แนะนำให้ศึกษาข้อมูลและปรึกษาเภสัชกรก่อนเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นนะคะ
  • ใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของคอร์ติโซน (Cortisone) : วิธีนี้จะเหมาะสำหรับคนที่หน้าเป็นรอยสิวจุดสีแดงหรือมีอาการเป็นรอยบวม นั่นเพราะคอร์ติโซนสามารถช่วยลดภาวะอักเสบของผิวหนัง ทำให้สีแดงที่ผิวหนังจางไป รวมถึงทำให้รอยสิวบริเวณนั้นยุบตัวลง โดยครีมที่มีส่วนผสมของคอร์ติโซนสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่ต้องอย่าลืมปรึกษาเภสัชกรเรื่องวิธีใช้อย่างละเอียดก่อนเสมอนะคะ
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารบำรุงผิวตรงจุด : การทาครีมลดรอยสิวก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยควรพิจารณาจากส่วนประกอบของครีมนั้น ๆ เพื่อจะได้ผลลัพธ์ตามที่เราต้องการ เช่น
    • วิตามินซี หรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) สารชนิดนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติช่วยต้านการอักเสบและลดรอยดำจากสิวได้
    • อาร์บูติน (Arbutin) และกรดโคจิก (Kojic Acid) ทั้งสองชนิดนี้จะช่วยยับยั้งการผลิตเม็ดสี ทำให้รอยดำจากสิวดูลดเลือนลง
    • เซราไมด์ (Ceramide) เป็นกรดไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายผลิตได้ตามธรรมชาติ กรดไขมันชนิดนี้จะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิว รวมถึงช่วยรักษาความชุ่มชื้น ทำให้ผิวแข็งแรง ดังนั้นถ้าใครมีเซราไมด์ตามธรรมชาติในร่างกายน้อยก็จะทำให้ผิวอ่อนแอ เป็นสิวง่าย
    • ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) หรือวิตามินบี 3 เป็นสารอีกชนิดที่แพทย์อนุมัติว่าสามารถใช้ลดรอยสิวได้ เนื่องจากมีสรรพคุณต้านอักเสบ ลดรอยแดง และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว จึงสามารถช่วยลดเลือนรอยสิวและแก้ไขปัญหาผิวแห้ง แต่ทั้งนี้ควรระวังเรื่องความเข้มข้นของสารให้ดี โดยความเข้มข้นของสารชนิดนี้ควรอยู่ที่ 4 เปอร์เซ็นต์ จึงจะมีประสิทธิภาพพอในการลดรอยสิว
  • แก้ปัญหาหน้าเป็นรอยสิวอย่างเร่งด่วนด้วยเครื่องเลเซอร์นวัตกรรมใหม่ล่าสุด : นอกจากการทานยาและทายาซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาแล้ว ในปัจจุบันยังมีนวัตกรรมรักษารอยสิวบนใบหน้าอย่างเร่งด่วนเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย ซึ่งวิธีนี้เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ยืนยันแล้วว่าปลอดภัย ใช้รักษาปัญหาหน้าเป็นรอยสิวอย่างได้ผลจริง ที่สำคัญคือ เห็นผลไวและชัดเจนกว่าวิธีทานยาหรือทายาหลายเท่าพิโคเลเซอร์ คือเครื่องเลเซอร์ที่นำเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ที่มีชื่อว่า Picosecond มาใช้ในการรักษาเม็ดสีใต้ผิวหนัง เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยสิว หลุมสิว ไปจนถึงการลบรอยสัก โดยเครื่องนี้จะทำงานโดยการปล่อยแสงเลเซอร์ออกมาในความถี่ระดับที่มีความเร็วสูงถึง 1 ต่อล้านล้านวินาที ทำให้เม็ดสีใต้ผิวหนังแตกตัวได้อย่างละเอียด จึงเห็นผลการรักษาได้เร็วกว่าเครื่องเลเซอร์ทุกรุ่นที่เคยมีมา นิยมใช้ในการแก้ปัญหารอยดำ รอยแดงจากสิว หลุมสิวบางชนิด รวมถึงฝ้า กระ และการลบรอยสัก ผลลัพธ์สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ส่วนจำนวนครั้งจะขึ้นอยู่กับสภาพปัญหา ดุลยพินิจของแพทย์ และความพึงพอใจของคนไข้ค่ะ แต่เมื่อเทียบกับเลเซอร์ลบรอยสิวรุ่นอื่น ๆ แล้ว จึงนับว่าเห็นผลได้ชัดเจนและรวดเร็วที่สุดค่ะ ทำเพียงไม่กี่ครั้งก็ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจแล้ว

โดยสรุปแล้ว ปัญหาหน้าเป็นรอยสิวแม้จะแก้ไขได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีรักษาเลย ซึ่งหากจะกล่าวถึงวิธีลดเลือนรอยสิวบนใบหน้าที่เห็นผลได้ชัดเจนและรวดเร็วที่สุดในปัจจุบัน Pico Laser ก็นับเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์มาก ที่สำคัญคือ มีความปลอดภัยสูง สามารถช่วยลดรอยดำ รอยแดง ไปจนถึงหลุมสิวบางชนิดโดยไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายแน่นอนค่ะ