ลดพุงให้ถูกประเภท พุงมีกี่ประเภท และต้องลดด้วยวิธีไหนถึงจะเห็นผลดีที่สุด?

อยากลดพุงให้ถูกประเภท และอยากรู้ว่าต้องลดด้วยวิธีไหนถึงจะเห็นผลดีที่สุด? คำถามยอดฮิตของคนที่มีปัญหาอ้วนลงพุง แต่ทั้งคุมอาหาร ออกกำลังกาย หรือแม้แต่ทำตามเทคนิคลดความอ้วนต่าง ๆ ก็ไม่เห็นได้ผลสักที ซึ่งรู้หรือไม่คะว่านั่นอาจเป็นเพราะเรากำลังแก้ไขปัญหาผิดจุด เพราะพุงของเราสามารถแบ่งย่อยได้เป็นหลายประเภทตามสาเหตุการเกิด และแต่ละประเภทก็มีวิธีลดเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นเราไปเริ่มทำความเข้าใจพุงป่อง ๆ ของเราแล้วแก้ปัญหาให้ถูกจุดกันดีกว่าค่ะ

พุงมีกี่ประเภท? ลดพุงอย่างไรให้ถูกจุด

พุงป่อง ๆ ที่กำลังเป็นอุปสรรคความผอมเพรียวของใครหลายคน แท้จริงแล้วมันคือ สิ่งที่เกิดจากการสะสมของไขมันส่วนเกินที่อยู่บริเวณรอบเอว แล้วก็ไม่ต้องแปลกใจที่ไขมันบริเวณนี้กำจัดออกได้ยากเลยค่ะ เนื่องจากมันเป็นบริเวณที่ร่างกายจะดึงไขมันออกมาใช้หลังสุด จึงง่ายต่อการสะสมจนกลายเป็นชั้นไขมันหนา ๆ เมื่อปล่อยไว้นานวันเข้า พุงหรือหน้าท้องของเราจึงย้วย ยื่น กลายเป็นอุปสรรคความสวยของเรานั่นเองค่ะ

ซึ่งโดยทั่วไป พุงของเราจะแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่

  1. พุงกลม

พุงกลม หรือ Alcohol Tummy คือพุงที่มีลักษณะเป็นทรงกลมยื่นออกมา อันหมายถึงว่าหน้าท้องของเรามีไขมันสะสมอยู่เยอะแล้วนะ ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดพุงประเภทนี้ ได้แก่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ เพราะเครื่องดื่มประเภทนี้มีส่วนทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานยากขึ้น และเมื่ออาหารที่เรากินเข้าไปไม่ย่อย ก็จะเกิดการสะสมจนกลายเป็นปัญหาอ้วนลงพุงตามมาค่ะ ดังนั้นใครที่รู้ตัวว่ากำลังเผชิญกับพุงประเภทนี้ ให้เริ่มต้นจากการลดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลยค่ะ

  1. พุงหมาน้อย

สำหรับพุงหมาน้อย ต่อให้ไม่ใช่คนอ้วนก็สามารถมีได้นะคะ จะมีลักษณะเป็นพุงน้อย ๆ ยื่นออกมาตรงพุงส่วนล่าง แต่พุงส่วนบนเรียบแบนปกติ เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวานมากเกินไป วิธีที่ดีที่สุดคือ การควบคุมอาหารไม่ให้เผลอทานน้ำตาลมากเกินพอดี และที่สำคัญคือ พุงชนิดนี้ลดยากมาก จำเป็นต้องออกกำลังกายเฉพาะจุดถึงจะช่วยลดได้ค่ะ

  1. พุงเครียด

พุงเครียดนี่สังเกตง่ายมากค่ะ เพราะลักษณะก็คือจะเป็นพุงแบบชั้น ๆ โดยทั่วไปจะมีประมาณ 2-3 ชั้นด้วยกัน ซึ่งสาเหตุของการเกิดพุงเครียดก็ตามชื่อเลยค่ะ เพราะมันมักมาพร้อมกับความเครียด ไม่ว่าจะเป็นความเครียดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอหรือการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา อันส่งผลให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานไม่ปกติ จึงก่อให้เกิดไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องจนกลายเป็นพุงชั้น ๆ ขึ้น นอกจากนี้ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนก็ก่อให้เกิดพุงเครียดได้นะคะ ดังนั้น วิธีลดพุงเครียดที่ดีที่สุดก็คือการพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเครียดจนส่งผลกระทบต่อร่างกาย รวมถึงออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอค่ะ

  1. พุงคนท้อง

ตามชื่อเลยค่ะ พุงประเภทนี้มักอยู่คู่กับกลุ่มคุณแม่ที่ตั้งครรภ์และเพิ่งคลอดลูกไปได้ไม่นาน หรือที่หลายคนคุ้นเคยกับชื่อเรียกที่ว่ามดลูกยังไม่เข้าอู่ โดยลักษณะพุงจะค่อนข้างยื่นและห้อย เกิดจากไขมันสะสมระหว่างการตั้งครรภ์ (แต่สาว ๆ ที่ชอบทานอาหารที่มีไขมันและไม่ออกกำลังกายก็มีโอกาสเกิดพุงชนิดนี้ได้ ไม่จำเป็นต้องตั้งครรภ์นะคะ) ซึ่งวิธีลดพุงคนท้องที่ดีที่สุดคือ ลดการทานอาหารที่มีไขมันมากและควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ข้อควรระวังของเหล่าคุณแม่ที่มีพุงชนิดนี้คือไม่ควรออกกำลังกายอย่างหักโหมและไม่ควรอดอาหารนะคะ ร่างกายจะได้ฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์และแข็งแรง แนะนำให้ค่อย ๆ ลดแบบค่อยเป็นค่อยไป ออกกำลังกายในท่าที่จะไม่กระทบกระเทือนต่อสุขภาพคุณแม่ค่ะ

  1. พุงป่อง

พุงป่องจะมีลักษณะคล้ายกันมากกับพุงกลม แต่วิธีแยกความต่างง่าย ๆ คือพุงประเภทนี้มักจะแบนราบในตอนเช้าและค่อยป่องออกในช่วงตอนกลางวัน เพราะมันสามารถเกิดขึ้นได้จากการรับประทานอาหารที่ย่อยยากจนทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร ซึ่งพุงประเภทนี้จะไม่ค่อยอันตรายเท่าพุงประเภทอื่น ๆ สามารถลดได้ง่ายกว่าด้วยการรับประทานอาหารที่มีกากใยหรือหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำจากแป้งขัดสี นม เนย ไข่ หรือชีส เพราะอาหารเหล่านี้ทำให้ระบบขับถ่ายและระบบย่อยอาหารทำงานยากขึ้น นอกจากนี้ การเน้นออกกำลังกายบริเวณหน้าท้องก็สามารถทำให้พุงประเภทนี้ยุบหายได้ค่ะ

บทสรุป ลดพุงด้วยวิธีไหนถึงจะเห็นผลดีที่สุด?

หลังจากได้ทำความรู้จักกับพุงแต่ละประเภทแล้ว ต่อไปคือ ให้เราเริ่มสำรวจตัวเองค่ะว่าพุงน้อย ๆ ของเรานั้นจัดอยู่ในประเภทไหน และจากนั้นก็ให้มองย้อนถึงพฤติกรรมของเราว่ามีพฤติกรรมไหนบ้างที่ก่อให้เกิดพุง เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมนั้น ๆ ไม่ให้ปัญหาพุงของเราหนักมากไปกว่านี้ และหลังจากนั้นก็มาเริ่มลดพุงเดิมที่มีอยู่กันค่ะ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยวิธีเหล่านี้

  • ออกกำลังกายลดพุง

วิธีนี้ถึงแม้จะเหนื่อยแต่ก็ได้ผลดีนะคะ โดยท่าออกกำลังกายลดพุงก็มีตั้งแต่การทำท่าแพลงก์ การยืนบิดเอว การแขม่วพุง หรือใครจะเน้นลดทุกสัดส่วนพร้อมกันอย่างการคาร์ดิโอ เต้นแอโรบิก การวิ่ง หรือออกกำลังกายด้วยวิธีอื่น ๆ ก็ได้เช่นกันค่ะ โดยตัวอย่างท่าลดพุงยอดนิยมก็ได้แก่

  • Sit up ท่านี้ให้เอาแขนไขว้กันบนหน้าอกหรือประสานมือหลังศีรษะ ตามด้วยการงอเข่าขึ้น ให้ปลายเท้าและส้นเท้าวางราบกับพื้น เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง จากนั้นให้ตัวขึ้นช้า ๆ โดยให้ส้นเท้าและปลายเท้าวางติดพื้น นับเป็น 1 ครั้ง ให้ทำทั้งหมด 5 เซต เซตละ 15-20 ครั้ง
  • Plank นอนคว่ำ ตั้งศอกกับพื้น เกร็งลำตัวให้ตรง ท่านี้แรก ๆ จะยากหน่อย แต่หลัง ๆ เราจะทำได้นานขึ้นค่ะ โดยให้เริ่มจากทำวันละ 5 เซต เซตละ 1 นาที แล้วค่อย ๆ เพิ่มเวลาขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเราเริ่มชินแล้ว
  • Mountain Climber ท่านี้ไม่ยากค่ะ ให้เริ่มต้นตั้งท่าเหมือนจะวิดพื้น จากนั้นดึงเข่าขวาเข้าหากลางลำตัว พยายามให้ลำตัวตรงอยู่เสมอ และเหยียดขากลับในท่าวิดพื้นเหมือนเดิม โดยให้ทำแบบนี้สลับข้างซ้ายขวา 10-15 ครั้งต่อเซต ทำวันละ 3 เซตกำลังพอดีค่ะ

ท่าเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างท่าออกกำลังกายลดพุงง่าย ๆ เท่านั้นนะคะ ทุกคนสามารถตามหาท่าเพิ่มเติมได้ตามความถนัดของแต่ละคนเลย แม้วิธีนี้จะต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ แต่รับรองว่าเห็นผลแน่นอนค่ะ

  • ควบคุมอาหาร

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่าควบคุมอาหารไม่ได้เท่ากับการอดอาหารนะคะ การควบคุมอาหารก็คือ การเลือกทานแต่สิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและทานให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบห้าหมู่ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงแถมยังได้ลดไขมันส่วนเกินอีกด้วย เคล็ดลับคือ ทานอาหารให้ครบทั้งสามมื้อ ทานแค่พออิ่ม ใครที่อยากทานของหวานหรืออาหารที่มีไขมันก็สามารถทานได้นะคะ แค่ควรทานแต่พอดี ไม่เยอะเกินไป และต้องดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ เพื่อช่วยเรื่องระบบเผาผลาญและปรับสมดุลให้ร่างกายของเราค่ะ

  • ตัวช่วยลดพุงแบบเร่งด่วนด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์

นอกจากการออกกำลังกายและควบคุมอาหารแล้ว ในปัจจุบันยังมีวิธีลดพุงแบบเร่งด่วน แถมยังปลอดภัยเพราะอยู่ในความดูแลของคุณหมอด้วยค่ะ นั่นก็คือ การทำ SculpSure นั่นเอง วิธีนี้เป็นการลดพุงที่ได้ผลดีมาก เพราะมันสามารถกำจัดไขมันเฉพาะจุดได้ค่ะ ทั้งยังผ่านการรับรองมาตรฐานในระดับสากลว่าสามารถกำจัดเซลล์ไขมันได้จริง ไม่ก่อให้เกิดผลเสียหรือเป็นอันตรายต่อร่างกายในภายหลังอีกด้วย

หากใครนึกภาพไม่ออกว่าเจ้าเครื่องนี้มีหลักการทำงานยังไง อธิบายง่าย ๆ คือตัวเครื่องจะปล่อยพลังงานเลเซอร์ที่สามารถเข้าถึงและเจาะจงทำลายเซลล์ไขมันอย่างถาวรโดยไม่เป็นอันตรายต่อเซลล์อื่น ๆ สามารถกำจัดไขมันส่วนเกินได้ถึง 24% ภายในเวลา 25 นาที และสามารถเห็นผลได้หลังการรักษาเพียงครั้งเดียว มีข้อดีคือ เป็นการกำจัดไขมันด้วยนวัตกรรมทันสมัยที่สะดวก ไม่ต้องอาศัยการผ่าตัดหรือดูดไขมันอีกต่อไป อีกทั้งไม่ก่อให้เกิดแผล อาการเจ็บ หรือผลข้างเคียงอื่น ๆ หลังทำอีกด้วย

การลดพุงด้วย SculpSure เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันส่วนเกิน โดยเฉพาะในบริเวณที่กำจัดได้ยาก แม้เราจะทั้งควบคุมอาหารและออกกำลังกาย เช่น หน้าท้อง รอบลำตัว ต้นแขน หรือต้นขา อีกทั้งยังใช้ลดพุงได้ทุกประเภท สามารถเริ่มเห็นผลระยะแรกภายใน 6 สัปดาห์ และหลังจากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ กำจัดเซลล์ไขมันที่โดนทำลายออกและจะเห็นผลเต็มที่ภายใน 12 สัปดาห์ จึงเหมาะอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการลดพุงอย่างเร่งด่วนด้วยวิธีที่ปลอดภัยค่ะ