สัญญาณเตือนผิวแก่ เช็กตัวเองก่อนสายเกินแก้

ผิวแก่ คืออะไร? ผิวแก่ก็คือ สัญญาณเตือนว่าผิวของเรากำลังต้องการการบำรุงและดูแลโดยด่วน เพราะการที่มีผิวแก่ก่อนวัยอันควร มักเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาผิวต่าง ๆ ที่ยากจะแก้ไข เช่น ผิวเหี่ยว ไม่กระชับ ริ้วรอย และร่องลึกต่าง ๆ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ปัญหาผิวถลำลึกจนยากจะแก้ในภายหลัง จึงจำเป็นอย่างมากที่ต้องเตรียมตัวเช็กตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ ดูว่าผิวของเราเริ่มเสื่อมสภาพหรือผิวแก่ก่อนวัยอันควรหรือยัง ดังนั้นอะไรบ้างที่เป็นสัญญาณเตือนผิวแก่ ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

สัญญาณเตือนผิวแก่ เช็กตัวเองก่อนสายเกินแก้

หลังจากทราบถึงสาเหตุที่ทำให้ผิวของเราแก่ก่อนวัยอันควรแล้ว ต่อไปก็มาเช็กผิวของตัวเองกันค่ะว่าเริ่มมีสัญญาณเตือนอะไรแล้วบ้าง ซึ่งสิ่งที่บ่งบอกว่าผิวของเราเริ่มเสื่อมสภาพ จะได้แก่

ผิวหน้าเริ่มมีจุดด่างดำมากขึ้น

อย่างที่ทราบกันว่าแสงแดดคือตัวการทำร้ายผิวที่โหดร้ายที่สุด ซึ่งจุดด่างดำบนใบหน้า นอกจากจะเกิดจากสิวแล้ว มันยังเป็นสัญญาณเตือนว่าผิวของเรากำลังถูกแสงแดดทำร้ายอย่างหนักหน่วงอีกด้วยค่ะ และถ้าเราปล่อยไว้นาน ๆ ไม่รีบดูแลรักษา ผิวของเราก็จะค่อย ๆ ถูกแสงแดดทำร้ายสะสมมากขึ้น และเกิดเป็นปัญหาผิวแก่ในที่สุดค่ะ

เริ่มมีเหนียง

เหนียงคือผิวหนังบริเวณใต้คางหรือลำคอส่วนบนที่หย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วง ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดเหนียงไม่ได้มีแค่ไขมันสะสมเท่านั้นนะคะ เพราะคนที่ไม่อ้วนแต่มีเหนียงเยอะก็มีอยู่ถมเถไป ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าผิวของเรากำลังขาดความกระชับขั้นสุด และยิ่งใครที่มีเหนียงควบคู่ไปกับการที่ผิวเริ่มมีริ้วรอยเหี่ยวย่น ก็ตัดสินได้อย่างชัดเจนเลยค่ะว่าผิวกำลังต้องการการเยียวยาแบบด่วน ๆ แล้ว

มีริ้วรอยบนผิวหน้า

อย่างที่ใคร ๆ ก็ทราบกันดีว่าริ้วรอยเท่ากับสัญญาณความแก่ นั่นเพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวจะถูกผลิตออกมาได้น้อยลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและเกิดเป็นริ้วรอยได้ง่ายขึ้น แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ไม่จำเป็นต้องอายุเยอะ คอลลาเจนในผิวก็สามารถถูกทำลายได้จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเรา ดังนั้นให้ลองสังเกตตัวเองบ่อย ๆ นะคะว่าบนใบหน้าของเรามีริ้วรอยหรือยัง ถ้าเริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ แล้วก็ห้ามนิ่งนอนใจนะคะ นั่นหมายความว่าผิวของเราเริ่มแก่แล้วค่ะ

รูปหน้าเปลี่ยนไป

เคยได้ยินทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งความเยาว์ไหมคะ นั่นคือเมื่อเรายังอายุน้อย ใบหน้าของเราจะมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมคว่ำ (ปลายแหลมอยู่ด้านล่าง) แต่เมื่ออายุมากขึ้น ใบหน้าของเราจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสามเหลี่ยมหงาย ซึ่งสาเหตุที่รูปหน้าเปลี่ยนเมื่ออายุมากขึ้น (หรือเมื่อผิวของเราเริ่มเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร) นั่นเป็นเพราะความหย่อนคล้อยของผิวที่เริ่มเคลื่อนตัวลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกค่ะ เพราะเมื่อไหร่ที่ผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น แก้มของเราก็จะเริ่มหย่อนคล้อยมากองอยู่ข้างล่าง เหนียงเริ่มออก กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด มีผลให้รูปหน้าเปลี่ยนได้ค่ะ

ผิวหมองคล้ำลง

นอกจากคอลลาเจนและอีลาสตินที่ผิวจะสูญเสียจากอายุที่มากขึ้น หรือถูกทำร้ายจากสภาวะแวดล้อมรอบข้างแล้ว ความชุ่มชื้นก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ และเมื่อผิวของเราขาดความชุ่มชื้น สิ่งที่จะตามมาก็คือความแห้งกร้าน อันมีผลให้หน้าหมองคล้ำลง นอกจากนี้ เมื่อผิวเริ่มเสื่อมสภาพ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ เซลล์ผิวจะผลัดตัวได้ช้าลงกว่าเดิม มีผลให้เซลล์ผิวเก่าหรือเซลล์ผิวที่ตายแล้วสะสมกันอยู่ ผิวหน้าของเราจึงหมองคล้ำลงได้ค่ะ

ผิวเริ่มกลายสภาพเป็นผิวแห้ง

เมื่อผิวแก่ขึ้น นอกจากคอลลาเจน อีลาสติน และความชุ่มชื้นจะหายไปแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่จะหายก็คือ น้ำมันจากต่อมไขมันใต้ชั้นผิวค่ะ ทำให้ผิวของเราแห้งกว่าแต่ก่อนและเกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ

ผิวใต้ตาดำคล้ำ

เนื่องจากใต้ตาเป็นบริเวณที่เดิมทีก็มีไขมันสะสมน้อยอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อผิวของเราเริ่มบางลงหรือเสื่อมสภาพ ใต้ตาจะเป็นบริเวณที่เห็นความเปลี่ยนแปลงได้เป็นลำดับต้น ๆ ดังนั้นให้ลองสังเกตดูนะคะว่า ใต้ตาของเราเริ่มหมองคล้ำกว่าเก่าหรือมีริ้วรอยหรือยัง

รูขุมขนกว้างขึ้น

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการที่คอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวถูกทำลาย ทำให้รูขุมขนขยายกว้างออก เกิดเป็นปัญหารูขุมขนกว้าง อันเป็นสัญญาณเตือนว่าผิวของเรากำลังมีปัญหาค่ะ

แก้มเริ่มย้อย

สิ่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสเต็ปที่จะเกิดขึ้นเมื่อผิวของเราเสื่อมสภาพ เพราะมันหมายถึงผิวของเรากำลังหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงของโลก โดยแก้มที่ห้อยลงจนเป็นพวงนี้ ในอนาคตจะก่อให้เกิดปัญหาร่องแก้มลึกหรือเกิดเป็นร่องน้ำหมากได้ค่ะ มีสาเหตุมาจากการที่ผิวเริ่มขาดความกระชับเช่นกัน

กระชับผิวหย่อนคล้อย กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวให้ผิวดูเฟิร์ม ทำยังไงดี

หลังจากเช็กตัวเองแล้ว ใครที่พบสัญญาณเตือนก็ห้ามนิ่งนอนใจเลยนะคะ แนะนำว่าให้รีบบำรุงแก้ไขก่อนที่จะสายเกินแก้ ซึ่งเมื่อผิวเราเริ่มเสื่อมสภาพ สิ่งแรกที่ควรทำก็คือ การฟื้นบำรุงเป็นอันดับแรก เช่น หลีกเลี่ยงผิวจากมลภาวะ ทาครีมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยชะลอให้ผิวของเราแก่ช้าลงค่ะ

และถ้าใครที่ต้องการกระชับผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยให้กลับมาดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง ก็สามารถทำได้ด้วยการพึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยในเรื่องยกกระชับผิว รวมถึงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อให้ผิวแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก อย่างการทำ Ulthera ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยโดยเฉพาะ การทำงานของเครื่องนี้จะกระชับผิวด้วยการส่งพลังงานคลื่นเสียงที่มีความถี่สูงเข้าไปกระตุ้นเนื้อเยื่อในชั้น SMAS (ชั้นที่ศัลยแพทย์ใช้ผ่าตัดยกกระชับผิวหน้า) จึงช่วยกระตุ้นให้ผิวกลับมากระชับและเต่งตึงได้อย่างรวดเร็ว โดยพลังงานที่ถูกส่งเข้าไปจะอยู่ในรูปแบบจุดเล็ก ๆ สม่ำเสมอกัน มีการทิ้งระยะห่างเพียงแค่ 1-1.5 มิลลิเมตรเท่านั้น จึงนับเป็นวิธียกกระชับผิว แก้ปัญหาริ้วรอยได้ตรงลึกถึงชั้นผิวที่เป็นต้นเหตุของปัญหาโดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัดเลยค่ะ

การทำ Ulthera สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ แล้วหลังจากนั้นเมื่อคอลลาเจนในชั้นผิวถูกสร้างขึ้นเพิ่มเรื่อย ๆ ผลลัพธ์ก็จะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นภายใน 3-6 เดือน และคงอยู่ได้นาน 1-2 ปี เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ยกกระชับกรอบหน้า รวมถึงแก้ปัญหาริ้วรอยต่าง ๆ อีกทั้งบริเวณที่ทำยังไม่ได้จำกัดแค่ผิวหน้าเท่านั้น ไม่ว่าจะรอบดวงตา ใต้คาง ลำคอ หน้าอกส่วนบน ท้องแขน หรือหน้าท้อง หากมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับก็สามารถใช้วิธีนี้รักษาได้ค่ะ