แก้มห้อย หย่อนยาน ทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย แก้ไขยังไงดี!?

แก้มห้อย หย่อนยาน ทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย ปัญหาเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องอายุเยอะก็สามารถพบเจอได้ค่ะ เพราะมีปัจจัยมากมายที่ทำให้ผิวหน้าของเราหย่อนคล้อยก่อนวัยอันควร แต่พบเจอได้บ่อยก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องปกติที่ปล่อยปละละเลยได้นะคะ เพราะยิ่งปล่อยก็จะยิ่งเป็นการสะสมปัญหาให้หนักหนาและแก้ยากมากขึ้นไปอีก ดังนั้นใครที่เริ่มรู้สึกตัวว่าผิวหน้าไม่เฟิร์ม แก้มเริ่มหย่อนคล้อย ก็รีบมาดูวิธีแก้ไขปัญหาไปพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ

แก้มห้อย ผิวหน้าหย่อนยานจนทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย เกิดจากอะไร

อันที่จริงปัญหาแก้มห้อย ผิวหน้าหย่อนยาน สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ แต่หลายคนมักจะคิดว่าสาเหตุคือ ผิวที่เริ่มเหี่ยวเพราะอายุที่มากขึ้น หรือไม่ก็ไขมันสะสมจนทำให้แก้มหย่อนยาน ซึ่งมันไม่จริงเสมอไปค่ะ ด้วยเหตุนี้ หลายคนที่อยากกำจัดแก้มห้อยจึงมักไปปรึกษาหมอเพื่อฉีดแฟตบ้างล่ะ ฉีดโบท็อกบ้างล่ะ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแก้มของตัวเองห้อยย้อยหย่อนยานจากสาเหตุอะไร ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และผลที่ตามมาก็คือ ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่หวังนั่นเองค่ะ

ดังนั้นการศึกษาสาเหตุก่อนหาวิธีรักษาจึงสำคัญมาก ซึ่งสาเหตุแก้มห้อย ผิวหน้าหย่อนยาน หลัก ๆ จะเกิดจากกลไกการหย่อนคล้อยของใบหน้าคนเรา อันมีที่มาจากการยืดออกของคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว ซึ่งปัจจัยที่ทำให้สองสิ่งนี้ยืดตัวออกก็มีทั้งอายุที่มากขึ้นและพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ส่งผลให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น นอกจากนี้ บางคนยังมีปัญหาแก้มห้อยหย่อนยานจากการสะสมของไขมันบริเวณแก้ม ไปจนถึงเกิดการยุบตัวลงของกระดูกหน้าแก้มจนทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นหย่อนพับลง ซึ่งสามารถแบ่งสาเหตุการเกิดของปัญหาตามชั้นผิวได้ดังนี้

  • ชั้นผิวหนังแท้ : ในผิวชั้นนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ผิวเกิดการผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง (อาจจะจากอายุที่มากขึ้นหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ไม่บำรุงผิว, ปล่อยให้ผิวเผชิญมลภาวะบ่อย ๆ เป็นต้น) ก็จะมีผลให้ผิวหนังหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอย ร่องลึก ขาดความกระชับ จนเกิดเป็นแก้มห้อย ผิวหน้าหย่อนยานในที่สุดค่ะ
  • ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง : เมื่อไขมันใต้ผิวหนังเกิดการสะสมบริเวณแก้มมากขึ้น ไขมันก็จะเคลื่อนตัวลง ย้ายตำแหน่งมายังส่วนล่างของใบหน้า ทำให้ผิวหน้าดูหย่อนคล้อยลงหรือทำให้แก้มมีขนาดใหญ่จนทำให้หน้าดูบาน และบางคนอาจจะมีปัญหาแก้มห้อยหนักมากจนทำให้เกิดเป็นปัญหาร่องแก้ม ร่องน้ำหมากบนใบหน้าได้
  • ชั้น SMAS หรือชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน : ผิวหนังชั้นนี้จะอยู่เหนือกล้ามเนื้อ เป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ผ่าตัดเพื่อยกกระชับใบหน้า ซึ่งคนเราเมื่ออายุมากขึ้นหรือผิวเกิดสูญเสียความสมดุล เริ่มเสื่อมสภาพ ผิวชั้นนี้ก็จะค่อย ๆ ขาดความกระชับ ทำให้ผิวหน้าของเราหย่อนคล้อยลง
  • ชั้นกล้ามเนื้อ : สำหรับใครที่ชอบแสดงสีหน้าบ่อย ๆ รู้หรือไม่คะว่าการแสดงสีหน้าทำให้เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อจนก่อให้เกิดเป็นริ้วรอยบนใบหน้าได้ หนึ่งในนั้นคือ กล้ามเนื้อดึงรั้งบริเวณจอว์ไลน์ (Jawline) เมื่อไหร่ก็ตามที่เรายิ้มกว้างมาก ๆ หรือหัวเราะบ่อย ๆ กล้ามเนื้อส่วนนี้ก็จะคอยดึงรั้งให้ผิวเหี่ยวและหย่อนคล้อยลงมา
  • ชั้นกระดูก : ปัญหาจากชั้นกระดูกมักจะเกิดจากอายุที่มากขึ้นจนทำให้กระดูกเริ่มฝ่อและยุบตัวลง มีผลให้โครงสร้างของใบหน้าไม่มีสิ่งที่ช่วยรองรับไว้ เสมือนบ้านที่เสาเข็มหักลง ทำให้ผิวที่อยู่เหนือกระดูกส่วนนั้นเกิดการหย่อนคล้อยลงได้ ทั้งยังทำให้เกิดเป็นร่องแก้มและร่องน้ำหมากอีกด้วย

แก้มห้อย หย่อนยาน แก้ไขยังไงให้เห็นผลได้ดีที่สุด

เมื่อเรารู้สาเหตุของปัญหากันแล้ว ต่อไปก็มาหาวิธีแก้ไขให้ตรงจุดกันค่ะ ซึ่งวิธีแก้ไขปัญหาแก้มห้อย หย่อนยานที่สามารถทำได้ ได้แก่

  • ศัลยกรรมดึงหน้า : ศัลยกรรมดึงหน้าเป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาผิวหนังบริเวณใบหน้าที่หย่อนคล้อย โดยศัลยแพทย์จะทำการกำจัดไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ในชั้นใต้ผิวหนังพร้อมทั้งดึงกล้ามเนื้อให้กระชับ ซึ่งการผ่าตัดจะพิจารณาตามความเหมาะสมของคนไข้ ข้อดีของวิธีนี้คือ ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ยาวนาน (แต่ก็มีโอกาสกลับมาหย่อนคล้อยอีกเมื่อเวลาผ่านไป) แต่ข้อเสียของวิธีนี้คือ เป็นขั้นตอนที่ยุ่งยาก จำเป็นต้องพักฟื้นและดูแลบาดแผลหลังทำ จึงไม่เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง
  • ฉีดฟิลเลอร์ : วิธีนี้เป็นการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปกระชับผิวหรือทดแทนในส่วนของกระดูกที่กร่อนตัวลง จึงเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาแก้มห้อยจากสาเหตุกระดูกยุบตัวลง หรือแก้มหย่อนคล้อยจากการที่ผิวสูญเสียคอลลาเจน สามารถเห็นผลได้อย่างรวดเร็วและไม่จำเป็นต้องพักฟื้น แต่ไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์ระยะยาวและคนที่กลัวเข็มมาก ๆ
  • ฉีดเมโสแฟต : เป็นการฉีดตัวยาที่ช่วยสลายไขมันลงในชั้นไขมัน จึงเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาแก้มห้อยจากสาเหตุไขมันสะสม ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดสัดส่วนไขมันเฉพาะจุด ได้ผลดีสำหรับคนที่แก้มห้อยจากสาเหตุไขมันสะสม แต่ข้อเสียคือ อาจมีอาการบวมหลังทำและไม่เหมาะกับคนกลัวเข็มมาก ๆ
  • เลเซอร์กระชับแก้มห้อย : วิธีนี้เหมาะสำหรับคนอยากกระชับแก้มห้อยด้วยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องใช้เข็มค่ะ ซึ่งเลเซอร์ที่เราจะพูดถึงก็คือการทำ Ulthera นั่นเอง
    เครื่องเลเซอร์ตัวนี้จะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยโดยเฉพาะ เนื่องจากพลังงานเลเซอร์จะเข้าไปช่วยยกกระชับและคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวได้ลึกถึงผิวชั้น SMAS ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาผิวไม่เฟิร์ม ขาดการฟื้นฟูได้อย่างครอบคลุมค่ะ ซึ่งสิ่งที่ทำให้วิธีนี้กลายเป็นวิธียกกระชับแก้มห้อย ผิวหย่อนยานยอดนิยม สิ่งแรกเลยคือ ด้านความปลอดภัย เพราะเป็นเครื่องที่ผ่านการรับรองจาก FDA ทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป และไทยว่าสามารถยกกระชับผิวได้จริง อีกทั้งยังแก้ปัญหาได้ตรงลึกถึงชั้นผิวที่ก่อให้เกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อยโดยไม่ทิ้งบาดแผลหลังทำ และไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ อีกทั้งผลลัพธ์ยังสามารถอยู่ได้ยาวนานประมาณ 1 – 2 ปี จึงเป็นวิธียกกระชับแก้มห้อยที่ครองใจใครหลาย ๆ คนเลยค่ะ

สำหรับใครที่มีปัญหาแก้มห้อย ผิวหย่อนคล้อย ไม่ว่าจะต้นเหตุจากอายุที่มากขึ้น ผิวเริ่มเสื่อมสภาพเพราะขาดการดูแล หรือแม้แต่ผิวเริ่มขาดความตึงกระชับอันเกิดจากเหตุปัจจัยอื่น ๆ การทำ Ulthera ก็สามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างครอบคลุม และที่สำคัญคือ ทำการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วย จึงหมดห่วงเรื่องประสิทธิภาพได้เลยค่ะ