ไม่อยากหน้าแก่ ทำยังไงดี!?

ปัญหาหน้าแก่กว่าวัยสามารถเกิดขึ้นได้จากเหตุปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งทางแก้เดียวคือ ต้องเร่งบำรุงและรักษาเพื่อไม่ให้ปัญหามันหนักไปมากกว่านี้ ซึ่งวิธีแก้ไขปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ดูแก่กว่าวัยก็สามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน จะมีวิธีไหนที่น่าสนใจ ทำแล้วเห็นผลดีบ้าง ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

วิธีแก้ปัญหาผิวหน้าแก่กว่าวัย ไม่อยากหน้าแก่ ทำยังไงดี?

ปัญหาหน้าแก่แน่นอนว่าแก้ไม่ได้ด้วยการปลงค่ะ สิ่งที่เราควรทำคือ หาทางยับยั้งปัญหาเพื่อไม่ให้มันถลำลึกไปมากกว่านี้ โดยวิธีที่สามารถทำได้เพื่อแก้ปัญหาผิวหน้าแก่กว่าวัย ได้แก่

ทำความเข้าใจกับปัญหาที่กำลังเผชิญ

หรือถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ การเร่งหาสาเหตุดู โดยเริ่มพิจารณาจากพฤติกรรมของเราว่ามีพฤติกรรมไหนบ้างที่กำลังสุ่มเสี่ยงต่อการทำลายผิวให้แก่ก่อนวัยอันควร ซึ่งพฤติกรรมยอดฮิตที่ทำให้หน้าแก่ ก็ยกตัวอย่างเช่น

ความเครียดและการแสดงสีหน้าคร่ำเคร่งบ่อย ๆ ข้อนี้สังเกตได้ง่ายมากค่ะ ว่าคนที่มักหน้าดำคร่ำเครียดอยู่เสมอมักจะดูแก่กว่าคนที่สดใสมีชีวิตชีวา ซึ่งสิ่งนี้เกี่ยวกับการแสดงออกบนใบหน้าค่ะ ถ้าเราเอาแต่หน้านิ่วคิ้วขมวด ผิวหนังบริเวณหัวคิ้วจะเกิดการพับซ้ำ ๆ จนเกิดเป็นรอยเหี่ยวย่นในที่สุด นอกจากนี้ความเครียดยังส่งผลต่อร่างกาย ส่งผลกระทบต่อการพักผ่อนอันมีผลต่อสุขภาพร่างกายและทำให้เราแก่เร็วด้วยค่ะ

ดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่จัด สองสิ่งนี้มาร์กไว้เลยค่ะว่านอกจากส่งผลเสียต่อสุขภาพ ยังเป็นศัตรูตัวฉกาจต่อคอลลาเจนในชั้นผิวด้วยนะคะ ดังนั้นถ้าไม่อยากหน้าแก่กว่าวัย ก็เพลา ๆ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่หน่อยก็จะเป็นผลดีค่ะ

คนที่นอนดึกเป็นประจำ นอกจากการนอนดึกจะทำให้ร่างกายอ่อนล้าแล้ว มันยังมีผลให้ผิวของเราไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ร่างกายไม่มีเวลาซ่อมแซมตัวเอง ยิ่งนอนดึกจึงยิ่งหน้าแก่เร็วค่ะ

แต่งหน้าจัดเป็นประจำ แม้ในเครื่องสำอางบางชนิดจะมีสารบำรุงผิว แต่เราก็ควรมีช่วงเวลาพักให้ผิวหน้าของเราได้หายใจบ้าง เพราะนอกจากสารบำรุงแล้ว ในเครื่องสำอางยังมีสารต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหากใช้มาก ๆ เป็นประจำด้วยค่ะ

ตากแดดแรงเป็นประจำ ใครที่ชื่นชอบแสงแดดฟังทางนี้เลยค่ะ เพราะความร้อนและรังสียูวีในแสงแดดสามารถทำให้เซลล์ผิวของเราแก่ตัวเร็วขึ้น ทั้งยังทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้หน้าเหี่ยวเร็วขึ้นอีกด้วย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงสถานที่แสงแดดจัดและควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอถ้าไม่อยากหน้าแก่เร็วค่ะ

ทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนเป็นปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้ผิวหน้าของคนเราเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร ซึ่งหากใครต้องการหาวิธีแก้ไขปัญหาหน้าแก่ อันดับแรกคือ เมื่อเราสำรวจพฤติกรรมตัวเองจนค้นพบต้นเหตุแล้ว สิ่งที่ควรทำต่อมาก็คือ การหลีกเลี่ยงต้นเหตุเหล่านั้น ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อไม่ให้ปัญหาสะสมจนหนักขึ้นกว่าเก่าค่ะ

หมั่นบำรุงผิวอยู่เสมอ

เชื่อว่าต้องมีหลายคนที่ขี้เกียจบำรุงผิว แต่ไม่ได้นะคะ เพราะการบำรุงผิวคือ วิธีชะลอหน้าแก่ที่ได้ผลดีมาก โดยวิธีบำรุงสามารถทำได้ตั้งแต่การทาครีมเติมความชุ่มชื้นเพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงานและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนัง หรือจะบำรุงผิวด้วยวิตามินต่าง ๆ เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี โคเอนไซน์คิว และคอลลาเจน เพื่อเป็นการสร้างความแข็งแรงให้กับผิว จะทาครีมหรือมาส์กหน้าก็สามารถทำได้หมดเลยค่ะ แต่เคล็ดลับของวิธีนี้คือ ต้องทำต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอนะคะ จึงจะเห็นผลลัพธ์ได้

โยคะใบหน้า

สามารถทำได้เองง่าย ๆ ที่บ้าน เพื่อให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าได้ขยับสักหน่อย วิธีก็คือ ให้เริ่มจากการอ้าปากค้างแล้วออกเสียงว่า อะ อิ อุ เอะ โอะ ท่าละ 5 วินาที หมั่นทำทุกวันและสามารถทำได้ทุกเวลา สามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องแก้มห้อย แก้มย้อย และช่วยให้ผิวหน้าเต่งตึงขึ้นได้ค่ะ

ทานอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนให้เพียงพอ

วิธีนี้เป็นการดูแลตัวเองให้ดูดีจากภายในสู่ภายนอกค่ะ หากร่างกายเราแข็งแรง สุขภาพดี แน่นอนว่าปัญหาผิวภายนอกก็จะลดลงตามไปด้วย เริ่มจากการฝึกทานอาหารให้ครบห้าหมู่ในแต่ละวัน ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ และพักผ่อนให้ครบ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน พยายามไม่นอนดึกจนเกินไป ร่างกายจะได้มีเวลาซ่อมแซมตัวเองนะคะ

หาเวลาว่างออกกำลังกายบ้าง

ใครที่อยากผิวกระชับ เปล่งปลั่ง แลดูสุขภาพดี การออกกำลังกายช่วยคุณได้ค่ะ นอกจากจะช่วยทำให้ไขมันส่วนเกินลดน้อยลงแล้ว ยังช่วยให้เลือดลมไหลเวียนไปที่ใบหน้าได้ดีขึ้น ผิวหน้าจึงดูเปล่งปลั่ง สดใส แลดูอ่อนเยาว์ และการที่เรามีสุขภาพร่างกายที่ดี ดูแข็งแรง กระฉับกระเฉง ก็ช่วยให้เราไม่ดูแก่กว่าวัยด้วยค่ะ

ต้านหน้าแก่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์

วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการคืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้าอย่างเร่งด่วน โดยเครื่องมือทางการแพทย์ที่สามารถตอบโจทย์ปัญหานี้ได้ก็คือ การทำอัลเทอร่าค่ะ ซึ่งเป็นนวัตกรรมการยกกระชับผิว ลดริ้วรอย และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวด้วยพลังงานในรูปแบบ Focused Ultrasound การทำงานของตัวเครื่องจะส่งผ่านคลื่นอัลตราซาวด์ที่มีพลังงานความถี่สูง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนยิงลงสู่ผิวหนังชั้นลึกที่เรียกว่า SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า คลื่นพลังงานจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวค่อย ๆ ตึงและยกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งยังช่วยปรับปรุงคุณภาพผิว ลดเลือนริ้วรอยและร่องลึกทั้งบนใบหน้าให้กลับมาแลดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง

การทำอัลเทอร่าเป็นวิธียกกระชับผิวที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าสามารถเห็นผลการรักษาได้จริง สามารถเห็นผลลัพธ์หลังทำทันทีประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ และหลังจากนั้นจะค่อย ๆ เห็นผลชัดเจนขึ้นเมื่อคอลลาเจนในชั้นผิวถูกสร้างอย่างสมบูรณ์ภายใน 3-6 เดือน ในการทำหนึ่งครั้งผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 1-2 ปี (ขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคล) ทั้งยังมีความปลอดภัยสูงเนื่องจากอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกขั้นตอน วิธีนี้จึงเป็นวิธีแก้ปัญหาหน้าแก่ ผิวขาดความกระชับ รวมถึงปัญหาริ้วรอยร่องลึกต่าง ๆ ที่อยากแนะนำเลยค่ะ