Filler

ฉีดฟิลเลอร์ (filler) คือ เทคนิคความงามด้วยการใช้สารเติมเต็มไฮยาลูรอนิก แอดซิด (HA) เข้ามาช่วยเติมเต็มร่องลึกให้ผิวกลับมาเรียบเนียน ดูอ่อนกว่าวัย นอกจากนี้ ฟิลเลอร์ ยังนำมาใช้เติมเพื่อปรับรูปหน้า อย่างการฉีดบริเวณคางและหน้าผาก นำมาใช้เพื่อเติมบริเวณที่ซูบตอบจากอายุที่มากขึ้น เช่น ขมับและแก้ม รวมถึงนำมาเติมปากให้อวบอิ่ม ปั้นทรงสวยตามสไตล์สายเกาหลีหรือสายฝอ ด้วยคุณสมบัติของสารเติมเต็มนี้ ยังช่วยปรับสภาพผิวให้ชุ่มชื่น เก็บกักน้ำในชั้นผิว ส่งผลให้คุณภาพผิวดีขึ้นจากภายใน รวมถึงยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยหรือร่องลึกในอนาคตได้อีกด้วย นับว่าเป็นอีกหนึ่งเทคนิคทำสวยแบบที่ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แต่ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ หลายคนอาจยังไม่รู้หรือสงสัยว่า ฟิลเลอร์คืออะไร มีกี่แบบ ฉีดไปแล้วช่วยอะไร ใครบ้างที่เหมาะกับการฉีดหัตถการนี้ แต่ละจุดต้องใช้กี่ cc กี่วันเห็นผล ฉีดแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน วันนี้ Doctor Mek Clinic – Home of Filler จึงอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับฟิลเลอร์ให้มากขึ้น พร้อมตอบทุกข้อสงสัย เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเลือกฉีดแบบไม่ต้องมาเสี่ยงกับอันตราย ฉีดแล้วสวยจริง คุ้มค่า และปลอดภัยค่ะ

เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร

ฟิลเลอร์ (Filler) คือ สารเติมเต็มชนิดไฮยาลูรอนิก แอซิด Hyaluronic Acid หรือ HA ซึ่งถูกผลิตผ่านกระบวนการพิเศษ เพื่อเลียนแบบสารเติมเต็มไฮยาลูรอนิก แอดซิด ตามธรรมชาติที่มีอยู่ในร่างกายของเรา โดยถูกนำมาเติมเต็มในชั้นผิวที่มีปัญหาต่าง ๆ หรือจุดบกพร่องบนใบหน้า ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปสารเติมเต็ม HA ที่เป็นของแท้ได้รับรองมาตรฐาน อย. อย่างถูกต้อง จะสามารถสลายตัวไปได้เอง ไม่เหลือตกค้าง เนื่องจากในร่างกายคนเราจะมีเอนไซม์ที่สามารถย่อยสลายสารเติมเต็มนี้ได้ จึงมั่นใจได้เลยว่ามีความปลอดภัยสูง แต่ในทางกลับกัน หากไม่ระมัดระวังเผลอไปฉีดของปลอม ของหิ้วที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ค่ะ

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็ม HA จะถูกใช้เพื่อปรับโครงสร้างชั้นผิวทดแทนเส้นใยคอลลาเจนและไฮยาลูรอนิก แอซิด ที่ร่างกายเราสูญเสียไปเนื่องจากอายุที่มากขึ้น อาทิ แก้ไขริ้วรอยร่องลึกให้ผิวกลับมาเรียบเนียน อ่อนวัย, ทำให้ผิวเต่งตึง ชุ่มชื่น, การนำมาเติมเต็มบริเวณที่ซูบตอบหรือบุ๋มบนใบหน้า เพื่อทดแทนไขมันที่ฝ่อตัวลงและกระดูกใบหน้าที่ทรุดตัว ทำให้ผิวกลับมาเต่งตึง มีวอลลุ่ม รวมถึงการนำมาฉีดเพื่อปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนมีมิติมากยิ่งขึ้นค่ะ

ฟิลเลอร์ – Filler มีกี่แบบ

ฟิลเลอร์สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบหลัก ๆ คือ HA Filler, Fat Filler และสารเติมเต็มแบบถาวร ซึ่งสารเติมเต็มทั้ง 3 แบบนี้ ต่างก็มีความแตกต่างทั้งในเรื่องของชนิดสารเติมเต็ม จุดประสงค์ในการแก้ไขปัญหา รวมไปถึงระยะเวลาของผลลัพธ์ค่ะ

HA Fiiler

เป็นสารเติมเต็มที่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูง เพราะเป็นสารเติมเต็มที่ถูกผลิตจากธรรมชาติ โดยผ่านกระบวนการผลิตพิเศษเพื่อเลียนแบบสารไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายเรา เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะเติมความชุ่มชื่น เพิ่มวอลลุ่มของผิวได้ในทันที และยังนำมาฉีดเพื่อแก้ไขปัญหาร่องริ้วรอยได้ดี นอกจากนี้ ด้วยคุณสมบัติของสารเติมเต็มชนิด HA ในบางรุ่นที่มีความคงตัว จึงนิยมนำมาใช้ฉีดเพื่อเสริมคาง เสริมจมูก และนำมาฉีดตกแต่งรูปทรงปาก รวมไปถึงยังช่วยปรับสภาพผิว แก้ไขปัญหารูขุมขนกว้าง ให้ผิวเรียบเนียน และสุขภาพดีขึ้นค่ะ สำหรับผลลัพธ์หลังฉีดนั้นจะอยู่ได้นาน 1-2 ปี* ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ยี่ห้อของสารเติมเต็ม HA ที่เลือกใช้ รวมถึงการดูแลตัวเองของคนไข้แต่ละคน โดยสารเติมเต็มชนิด HA นี้ยังสามารถใช้ตัวยาฉีดสลายได้ ในกรณีที่คนไข้ต้องการนำสาร HA ที่ออกก่อนเวลาที่สารจะสลายเองตามธรรมชาติค่ะ

Fat Filler

หรือการฉีดไขมัน เป็นการนำไขมันจากตัวของคนไข้เองที่ได้จากการดูดไขมัน แล้วนำไขมันที่ได้มาผ่านกระบวนการปั่นเพื่อคัดแยกเซลล์ไขมันบริสุทธิ์ออกมา จากนั้นนำมาฉีดไปยังบริเวณที่ต้องการเติมเต็ม เป็นอีกหนึ่งเทคนิคการเติมเต็มใบหน้าให้อ่อนวัยที่ปลอดภัย ไม่มีสิ่งแปลกปลอม แต่อาจมีข้อเสียตรงที่ เมื่อเวลาฉีดไขมันไปแล้วมีโอกาสที่เซลล์ไขมันจะสลายตัวได้ 30-40% โดยขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคนไข้เอง เทคนิคที่แพทย์เลือกใช้ รวมถึงการดูแลตัวเองหลังทำ ซึ่งอาจทำให้ต้องกลับมาฉีดเติมในภายหลัง นอกจากนี้ ใบหน้าอาจดูบวมมากในช่วงเดือนแรกหลังทำค่ะ

สารเติมเต็มแบบถาวร

ในปัจจุบัน สารเติมเต็มแบบถาวร (Permanent Filler / Liquid Silicone) เป็นสารเหลวที่ไม่แนะนำให้นำมาใช้ในการฉีดหัตถการนี้แล้วค่ะ ซึ่งสารเติมเต็มชนิดที่ให้ผลลัพธ์ถาวรนี้ ได้แก่ ซิลิโคนเหลวและพาราฟิน ที่เป็นสารสังเคราะห์ที่ไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ เกิดการตกค้างในร่างกาย ซึ่งเมื่อทำการฉีดแล้วอาจเกิดผลกระทบในระยะยาวได้ เช่น ฉีดแล้วไหลย้อย เป็นก้อน ทำให้ผิวขรุขระ ผิวหนังผิดรูป รวมถึงอาการอักเสบอย่างรุนแรง ซึ่งต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือขูดสารเหลวออกเท่านั้น จะไม่สามารถใช้วิธีการฉีดสลายสารได้ค่ะ

ฉีด Filler ช่วยอะไร

การฉีด Filler หรือสารเติมเต็ม HA ช่วยเติมเต็มจุดบกพร่องต่าง ๆ บริเวณใบหน้าและส่วนอื่น ๆ และปรับผิวให้ดูอ่อนเยาว์ ช่วยแก้ไขปัญหาได้หลากหลาย ซึ่งจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ โดยสารเติมเต็ม HA จะมีหลากหลายโมเลกุล ทำให้แพทย์สามารถเลือกใช้แก้ปัญหาได้อย่างครอบคลุมค่ะ

  • แก้ไขปัญหาร่องลึกริ้วรอยที่เกิดจากอายุที่มากขึ้น
  • ปรับโครงสร้างใต้ผิวหนัง เติมเต็มให้บริเวณที่ซูบตอบหรือยุบบุ๋ม ซึ่งเกิดจากไขมันฝ่อตัวหรือกระดูกทรุดจากอายุที่มากขึ้นและปัจจัยอื่น ๆ ให้กลับมาอิ่มฟู มีวอลลุ่ม ผิวเรียบเนียน
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนที่สูญเสียไป ช่วยให้ผิวแข็งแรง เต่งตึง ยืดหยุ่นได้ดี และยังช่วยเก็บกักความชุ่มชื่นในผิว แก้ปัญหาผิวขาดน้ำ
  • ช่วยปรับสภาพผิว กระชับรูขุมขน ผิวเรียบเนียน
  • ปรับรูปหน้าให้สมส่วนดูมีมิติยิ่งขึ้น
  • เติมเต็มตกแต่งบริเวณริมฝีปากให้ได้รูปทรงที่ต้องการ และเพิ่มความชุ่มชื่นให้ริมฝีปาก

ใครที่เหมาะในการฉีดฟิลเลอร์ – Filler

  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้สมส่วนและดูมีมิติมากขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาร่องลึกที่ทำให้ใบหน้า ซึ่งทำให้ใบหน้าดูแก่ก่อนวัย
  • ผู้ที่ต้องการเติมเต็มผิวให้อิ่มฟู มีวอลลุ่ม แก้ไขปัญหาบริเวณที่ซูบตอบ ทำให้แก่ดูโทรม
  • ผู้ที่ต้องการเติมเต็มเฉพาะจุด เช่น ฉีดบริเวณปากเพื่อปรับรูปทรงปากให้เป็นปากกระจับ ปากสไตล์สายเกาหลี หรือปากสไตล์สายฝอ เป็นต้น
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวต่าง ๆ เช่น ขาดความชุ่มชื่น รูขุมขนกว้าง หลุมสิว มีเส้นริ้วรอยบาง ๆ เป็นต้น

ฉีด Filler บริเวณไหนได้บ้าง

การฉีดฟิลเลอร์สามารถทำได้หลายบริเวณเลยค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้ในแต่ละราย สำหรับสารเติมเต็มที่สามารถนำมาฉีดได้ทั้งบริเวณใบหน้า ลำคอ หลังมือ หรือแม้กระทั่งบริเวณจุดซ่อนเร้น ซึ่งเป็นบริเวณที่กำลังได้รับความนิยมจากคุณผู้หญิงเป็นจำนวนมากค่ะ

Filler-ใต้ตา

ใต้ตา

แก้ปัญหาร่องลึกใต้ตา มีถุงใต้ตา ใต้ตาดำคล้ำ ตาลึก ตาโหล แก้ปัญหากระดูกใต้ตายุบตัว ช่วยให้ผิวใต้ตาเรียบเนียน ดูอ่อนวัย

Filler-ปาก

ปาก

ปรับแต่งรูปทรงริมฝีปากได้หลากหลายสไตล์ เช่น ปากกระจับ ปากสายเกา ปากสายฝอ และยกมุมปาก เติมวอลลุ่มให้ริมฝีปากที่บางให้ดูอวบอิ่ม และยังช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื่น เติมเต็มร่องลึก

คาง

เสริมคางให้ยาวขึ้น แก้ปัญหาคางสั้น คางบุ๋ม คางตัด ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวยาวและสมส่วนรับกับบริเวณอื่น ๆ บนใบหน้า เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากผ่าตัดทำศัลยกรรม

Filler-ร่องแก้ม

ร่องแก้ม

แก้ไขร่องแก้มลึกที่ทำให้ใบหน้าแก่ ช่วยให้บริเวณร่องแก้มดูตื้นขึ้น และแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ให้ผิวกลับมาเต่งตึง ทำให้ใบหน้าดูเด็กลง

Filler-หน้าผาก

หน้าผาก

แก้ปัญหาหน้าผากยุบ หน้าผากแบน ให้นูนสวยมีมิติ ลดรอยย่นที่เกิดจากอายุที่มากขึ้น และช่วยปรับโหงวเฮ้งให้รับกับใบหน้า

Filler-ขมับ

ขมับ

แก้ปัญหาการยุบตัวบริเวณขมับ ขมับตอบ ปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนเข้ารูปมากขึ้น และยังช่วยให้โหนกแก้มด้านข้างดูเด่นน้อยลง

Filler-แก้มตอบ

แก้มตอบ

แก้ปัญหาลักษณะแก้มตอบที่ทำให้หน้าแก่ ดูโทรม เติมเต็มให้แก้มดูอิ่มเอิบ ลดความเด่นของกระดูกโหนกแก้ม และยังช่วยยกกระชับกระเปราะแก้มได้อีกด้วย

Filler-กรอบหน้า

กรอบหน้า

แก้ปัญหาใครที่มีกรอบหน้าไม่ชัด ให้ใบหน้าแลดูคม สวยสมส่วน ดูวีเชฟมากยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม

Filler-มือ

มือ

แก้มือเหี่ยว หลังมือย่น ผิวแห้ง หลังมือเห็นเส้นเลือดปูด ช่วยให้ผิวหลังมือกลับมาเต่งตึง อิ่มเอิบ เรียบเนียนชุ่มชื่น ชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคต และปรับผิวให้สดใสยิ่งขึ้น

Filler-คอ

คอ

แก้ปัญหารอยพับ รอยเหี่ยวย่น หรือรอยขีดเล็ก ๆ ที่บริเวณลำคอ ช่วยให้ผิวกลับมาเรียบเนียน ไร้รอยย่น ทำให้ผิวบริเวณลำคอดูอ่อนเยาว์

Filler-หลุมสิว

หลุมสิว

ปรับสภาพผิวที่เป็นหลุมสิว ช่วยเติมเต็มและกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น ผิวหน้ากลับมาเรียบเนียนและอิ่มฟู

Filler ดอลลี่อาย

ฉีดดอลลี่อาย

เพิ่มเสน่ห์ให้ดวงตาดูหวานฉ่ำ ปรับใบหน้าโดยรวมให้แลดูสดใส อ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น อย่างเป็นธรรมชาติ

เปลือกตา

ปรับเบ้าตาโหล ตาลึก สาเหตุที่ทำให้ใบหน้าดูโทรมแก่กว่าวัย ให้แลดูอ่อนเยาว์ ชั้นตาชัด ดวงตาดูเต็มอิ่มมากยิ่งขึ้น

Filler แก้มส้ม

แก้มส้ม

ปรับแก้มที่เคยหย่อนคล้อย ซูบตอบ ให้หน้าแก้มเติมเต็มแลดูอวบอิ่ม ยกกระชับ แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น

ฟิลเลอร์ร่องน้ำหมาก

ร่องน้ำหมาก

เติมเต็มร่องลึก ปรับทรงปากให้แลดูสวยเข้ารูป ใบหน้าดูสดใส อ่อนวัย ใบหน้าดูเป็นมิตร ไม่บึ้งตึง

ปรับสภาพผิว

ช่วยแก้ไขปัญหาผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ คืนคุณภาพผิวให้กลับมาชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน ผิวพรรณแลดูสดใส มีออร่ามากยิ่งขึ้น

Filler น้องสาว

จุดซ่อนเร้นผู้หญิง

ดูแลจุดซ่อนเร้น เติมเต็มน้องสาวอย่างปลอดภัย ปรับรูปลักษณ์ให้แลดูอ่อนเยาว์ เต่งตึง ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณผู้หญิง

Filler น้องชาย

จุดซ่อนเร้นผู้ชาย

เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายอย่างปลอดภัย แก้ความโค้งงอและปรับรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูดีขึ้น

Filler-จมูก

จมูก

ช่วยปรับบริเวณสันจมูกให้เป็นทรงที่สวยโด่งขึ้น สันจมูกเรียบและคมขึ้น รวมถึงช่วยยกปลายจมูกให้เชิดขึ้นได้ โดยไม่ต้องผ่าตัดทำศัลยกรรม

Before & After

ภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์ โดยจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าก่อนฉีดมีร่องลึกบริเวณใต้ตา ซึ่งทำให้ใบหน้าแลดูโทรมและมีอายุ แต่เมื่อทำการฉีดแล้ว บริเวณที่เคยมีร่องลึก ดูเต็มและตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน

รีวิวจากคนไข้จริง

ภาพส่วนหนึ่งของรีวิวความประทับใจจากคนไข้จริงที่เข้ามารับบริการกับทางคลินิกเรา ซึ่งทุกท่านต่างชื่นชอบและพอใจในผลลัพธ์ที่ได้กันเป็นจำนวนมาก

ข้อควรพิจารณาในการเลือกฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี? เป็นคำถามที่หลายคนคงหนักอกหนักใจไม่ใช่น้อยเลยค่ะ เพราะแน่นอนว่าการตัดสินใจเลือกที่ฉีด เป็นสิ่งสำคัญที่เป็นตัวชี้ชะตาได้เลยว่า ทำแล้วจะเห็นผลไหม ทำแล้วจะเกิดผลข้างเคียงอะไรตามมาหรือเปล่า ดังนั้น ถ้าไม่อยากเสี่ยงกับการฉีดที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ได้มาตรฐาน ต้องพิจารณาจาก 3 สิ่งนี้ค่ะ

  • ฉีดกับใคร เลือกฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ รวมถึงยังต้องมีประสบการณ์การฉีดหัตถการนี้มานานมากพอ ซึ่งมีทักษะทั้งในด้านการวิเคราะห์สภาพผิว ปัญหาผิว โครงหน้า ที่ต้องสอดคล้องกับหลักกายวิภาคศาสตร์ รวมถึงมีเทคนิคการฉีดสารเติมเต็มที่ถูกต้อง แม่นยำ
  • ฉีดที่ไหน เลือกฉีดกับคลินิกหรือสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน โดยต้องได้รับรองอย่างถูกต้องจากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งต้องมีเลขใบอนุญาต 11 หลัก
  • ฟิลเลอร์ที่ฉีดของแท้ไหม เลือกฉีดของแท้เท่านั้น ซึ่งคลินิกหรือสถานพยาบาลนั้น ๆ จะสามารถให้คนไข้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ได้ทุกชิ้น

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ – Filler

สำหรับขั้นตอนในการฉีดฟิลเลอร์ของ Doctor Mek Clinic จะมีเทคนิคพิเศษเฉพาะตัวที่แตกต่างจากที่อื่น ๆ โดยเน้นการวิเคราะห์ปัญหาผิวพรรณแบบรายบุคคล รวมถึงการวางแผนการฉีดด้วยเทคนิคเฉพาะ “Triple Layers Lift” หรือการฉีดสารเติมเต็มใน 3 ระดับชั้น ตั้งแต่ชั้นผิวไปจนถึงชั้นกระดูก ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันไปในคนไข้แต่ละราย

  1. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการวิเคราะห์สภาพผิว โครงหน้า และปัญหาที่เกิดขึ้นในคนไข้แต่ละราย พร้อมกับแนะนำและอธิบายรายละเอียดต่าง ๆ ในการรักษากับคนไข้อย่างละเอียด ซึ่งในขั้นตอนนี้คนไข้สามารถสอบถามข้อสงสัยกับแพทย์ได้
  2. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการกำหนดบริเวณที่จะทำการฉีด
  3. จากนั้น ทำการแปะยาชาและรอให้ยาชาออกฤทธิ์ประมาณ 30 – 45 นาที
  4. ทำการฉีดยาชาเพื่อบล็อกเส้นประสาทซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 5 – 10 นาที
  5. เมื่อยาชาออกฤทธิ์แล้ว แพทย์จะทำการฉีดตามบริเวณที่ได้กำหนดไว้แล้ว
  6. หลังทำการฉีดเสร็จแล้ว แพทย์จะแนะนำวิธีการดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง และสามารถกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องพักฟื้น

การเตรียมตัวก่อนฉีด Filler

  • งดรับประทานยาและวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน, ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs, ยาละลายลิ่มเลือด, วิตามินซี วิตามินอี, น้ำมันตับปลา เป็นต้น
  • หากมีโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยาชา หรือกำลังรับประทานยารักษาโรคชนิดใดอยู่ ควรแจ้งกับแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
  • หากมีภาวะผิวหนังอักเสบ มีแผลเปิด หรือผิวหนังติดเชื้อในบริเวณที่จะทำการฉีดสารเติมเต็ม ควรรักษาอาการดังกล่าวให้หายดีก่อนทำการฉีด
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด
  • งดการทาครีม เซรั่ม หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ยาทา ที่มีส่วนผสมของสารผลัดเซลล์ผิว รวมถึงการทำเลเซอร์บริเวณที่จะทำการฉีดสารเติมเต็ม

การดูแลหลังฉีด Filler

  • หลังฉีด อาจทำให้เกิดอาการบวมแดงได้บ้าง ซึ่งอาการจะหายได้เองตามปกติ และจะดีขึ้นใน 2-3 วัน
  • ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ หรือดื่มให้ได้วันละ 2 ลิตร เพื่อส่งเสริมให้สารเติมเต็ม HA เก็บกักความชุ่มชื่นได้ดีขึ้น ทำให้ผลลัพธ์ดีและอยู่ได้นานขึ้น
  • 48 ชั่วโมงหลังฉีด ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้หรือสัมผัสโดนความร้อน งดการเล่นกีฬาและทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงมาก เช่น การเข้าซาวน่า, อยู่หน้าเตาปิ้งย่าง, การออกกำลังกาย รวมถึงการอยู่ในที่ที่มีแสงแดดจัด
  • งดการสัมผัสแรง ๆ การนวด รวมถึงการเคลื่อนไหวบ่อย ๆ ในบริเวณที่ทำการฉีดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้สารเติมเต็มเคลื่อนตัวและอาจทำให้เกิดอาการอักเสบได้
  • ใน 2 สัปดาห์หลังฉีด งดการนอนคว่ำหน้า เพราะอาจทำให้เกิดการกดทับที่จะส่งผลให้ผิวบริเวณที่ฉีด มีการผิดรูปได้
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ งดการทานอาหารหมักดอง อาหารดิบ อาหารรสจัด ซึ่งอาจส่งผลให้ยุบบวมช้า และเสี่ยงที่จะเกิดการอักเสบติดเชื้อ รวมถึงทำให้ระยะเวลาของผลลัพธ์หลังฉีดสั้นลง
  • งดทำทรีทเม้นท์อื่น ๆ รวมถึงงดทำเลเซอร์อย่างน้อย 4 สัปดาห์หลังฉีด

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

  • ฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็ม HA ของแท้จะเป็นสารชนิดเดียวกับไฮยาลูรอนิก แอซิดที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายเรา มีความปลอดภัยสูง และสามารถสลายตัวได้เอง ไม่ตกค้าง
  • แก้ไขปัญหาในจุดที่บกพร่องได้อย่างครอบคลุม ทั้งการเติมเต็มผิวพรรณในบริเวณที่ขาดวอลลุ่ม ลดเลือนร่องลึก ผิวกระชับเต่งตึง ปรับรูปหน้า ช่วยฟื้นฟูผิวให้สุขภาพดี ชุ่มชื่น ผิวกระจ่างใส
  • สารเติมเต็ม HA มีขนาดโมเลกุลและคุณสมบัติหลากหลาย ทำให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถเลือกใช้ได้ตามลักษณะปัญหาที่แตกต่างกัน เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ
  • หลังฉีดสามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรก ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น
  • หลังฉีดไปสักระยะแล้ว สามารถกลับมาฉีดซ้ำได้อีก และสามารถฉีดสลายได้ ไม่ตกค้าง

ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้หลังฉีด Filler

หลังฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วอาจมีรอยเข็ม มีอาการบวมแดงจากการลงเข็ม และรู้สึกตึงเล็กน้อยบริเวณที่ทำการฉีด ซึ่งเป็นอาการปกติ ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด โดยอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ทุเลาและหายไปได้เองใน 2 – 3 วัน แต่ทั้งนี้ แนะนำให้ฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านหัตถการนี้โดยตรง เนื่องจากมีทักษะและเทคนิคการฉีดสารเติมเต็มที่มีประสิทธิภาพ จึงช่วยลดโอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ได้ เช่น ผิวเขียวช้ำที่เกิดจากการฉีดไปโดนเส้นเลือดฝอย เป็นต้น

ฉีด Filler Brand ไหนดี

การตัดสินใจเลือกฉีด Filler Brand ไหนดี จะต้องอธิบายแบบนี้ค่ะว่า สารเติมเต็ม HA แต่ละยี่ห้อที่เป็นของแท้ ได้รับรองอย่างถูกต้องจากอย. ล้วนมีประสิทธิภาพในการเติมเต็มผิวได้ดีเหมือนกันค่ะ ทั้งนี้ ในแต่ละยี่ห้ออาจมีเทคโนโลยีการผลิต, รุ่นฟิลเลอร์ รวมถึงระยะเวลาของผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งคนไข้สามารถพูดคุยปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตัดสินใจเลือกยี่ห้อ filler ที่เหมาะกับสภาพปัญหาและตรงกับความต้องการของคนไข้ได้ค่ะ โดยในปัจจุบัน ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ผ่าน อย. ไทยและได้รับความนิยมจะมีอยู่หลัก ๆ ดังนี้ค่ะ

Restylane ฟิลเลอร์จากประเทศสวีเดน และยังเป็นสารเติมเต็มเพื่อความงามแบรนด์แรกของโลกอีกด้วยค่ะ ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดเป็น 2 เทคโนโลยีการผลิต ได้แก่ NASHA ที่ช่วยให้ฟิลเลอร์รุ่นนั้น ๆ มีความคงตัวคงรูปสูง ช่วยเก็บกักน้ำได้ดี ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน ส่วนเทคโนโลยีต่อมา คือ OBT ทำให้เนื้อเจลของสารเติมเต็มรุ่นนั้น ๆ มีความยืดหยุ่นสูง คงตัวได้ดี และเรียบเนียนกลืนไปกับผิว เหมาะมากกับการฉีดบริเวณร่องแก้ม ซึ่งเป็นบริเวณที่ต้องมีการขยับอยู่บ่อย ๆ โดยผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 6-18 เดือน (แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น)

Juvederm ฟิลเลอร์อเมริกาที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ด้วย 2 เทคโนโลยีการผลิตที่โดดเด่น ได้แก่ Hylacross Technology ช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์อุ้มน้ำได้ดี ทำให้ผิวอิ่มฟู เติมวอลลุ่มได้ดี และเทคโนโลยีการผลิตล่าสุด Vycross Technology ซึ่งถูกพัฒนามาจากเทคโนโลยีแรก โดยให้เนื้อสารเติมเต็มที่มีความอุ้มน้ำลดลง มีโมเลกุลที่ยึดเกาะได้ดี ซึ่งเน้นให้มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องการยกกระชับผิว สำหรับระยะเวลาของผลลัพธ์นั้นจะคงอยู่ได้นาน 8-24 เดือน (แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น)

Belotero ฟิลเลอร์ยี่ห้อดังจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่มาพร้อมกันหลากรุ่น หลากสีสัน หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ Colorful Filler ที่ได้รับรางวัลด้านความงามจากยุโรป มาพร้อมเทคโนโลยีการผลิต CPM (Cohesive Polydensified Matrix®) ซึ่งเป็นตัวนวัตกรรมพิเศษที่ได้รับการจดสิทธิบัตรของเฉพาะยี่ห้อ Belotero เท่านั้น ทำให้ได้เนื้อสารเติมเต็มที่มีความหนาแน่นที่แตกต่างกันไป เนื้อเจลมีความยืดหยุ่น ปั้นทรงได้ดี ฉีดแล้วไม่เป็นก้อน กลืนเรียบเนียนไปกับผิวได้ดี ส่วนผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน 6-18 เดือน (แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น)

Neuramis ฟิลเลอร์เกาหลีตัวดังที่ได้รับรองคุณภาพจากทั้งในยุโรป อเมริกา และไทย ด้วยเทคโนโลยีการผลิต SHAPE ทำให้เนื้อเจลมีความปลอดภัยสูง ช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสวยเป็นธรรมชาติมากที่สุด ออกมาให้มีเนื้อโมเลกุลที่มีความแข็งระดับปานกลางไปถึงแข็ง เนื้อเจลยืดหยุ่น สามารถเติมเต็มร่องลึกและนำมาปั้นทรงได้สวย ซึ่งให้ผลลัพธ์ได้ยาวนาน 6-12 เดือน (แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น)

Yvoire อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์เกาหลี มาพร้อมเทคโนโลยีการผลิตแบบเฉพาะ ช่วยให้ได้เนื้อสารเติมเต็มที่มีโมเลกุลแข็ง ยืดหยุ่นดี เหมาะกับการนำมาเติมร่องแก้ม ขมับ หรือการฉีดเพื่อปรับรูปคาง ฉีดแล้วให้ความเป็นธรรมชาติ เนื้อเนียนไปกับผิว ซึ่งให้ผลลัพธ์ได้นาน 7-12 เดือน (แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น)

ฟิลเลอร์แท้กับฟิลเลอร์ปลอม ดูได้อย่างไร

การฉีดฟิลเลอร์เป็นเทคนิคความงามที่ได้รับความนิยมสูงมากเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้เกิดความต้องการสารเติมเต็มนี้มาก ๆ จนทำให้มีการผลิตฟิลเลอร์ปลอมออกมาวางขายด้วยราคาที่ถูก หรือบางเจ้าก็ผลิตออกมาได้หน้าตาคล้ายกับฟิลเลอร์แท้ ดังนั้น เราจึงต้องรู้เท่าทันและรู้จักวิธีเช็คของแท้กับของปลอมว่าจะต้องดูอย่างไร เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของภัยจากฟิลเลอร์ปลอม โดยสังเกตได้จาก

  • สภาพกล่องผลิตภัณฑ์จะต้องไม่มีรอยแกะ ไม่ฉีกขาด อยู่ในสภาพใหม่
  • ของแท้จะต้องมีเลขทะเบียน อย. ติดอยู่บริเวณกล่องผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน
  • ของแท้จะต้องมีฉลากหรือเอกสารกำกับเป็นภาษาไทย
  • ของแท้จะต้องมีการระบุวันที่ผลิตและวันหมดอายุอย่างชัดเจน
  • ของแท้จะต้องมีเลข Lot. การผลิตที่ตรงกันทั้งหน้ากล่องและภายในกล่อง
  • ของแท้บางยี่ห้อ บางรุ่น สามารถสแกนจาก QR Code เพื่อเช็คได้
  • สามารถโทรเช็คจากเลข Lot. จากบริษัทผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ได้

ฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ ราคาอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยในเรื่องของสภาพผิว, บริเวณที่ฉีด, ปริมาณของสารเติมเต็มที่เลือกใช้, ยี่ห้อของฟิลเลอร์ รวมไปถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจพิจารณาใช้เทคนิคพิเศษอื่น ๆ ในบางพื้นที่ที่ต้องการแก้ไข ซึ่งมีความยากง่ายไม่เท่ากันในแต่ละเคสค่ะ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยในเรื่องของ filler ราคาโปรโมชั่นที่ทางคลินิกจัดขึ้นตามช่วงเวลาต่าง ๆ ทั้งนี้ แนะนำให้คนไข้เข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการวิเคราะห์ปัญหาและประเมินการรักษาแบบเฉพาะบุคคลนั่นเองค่ะ

Filler อันตรายไหม

การฉีด Filler ไม่เป็นอันตรายค่ะ เนื่องจากเป็นสารเติมเต็มประเภท HA ถูกผลิตจากธรรมชาติและผ่านกระบวนการพิเศษ เพื่อให้ได้สารเติมเต็มที่เหมือนกับสาร HA ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายของคนเราค่ะ ดังนั้น จึงมั่นใจได้เลยว่ามีความปลอดภัย เปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดอาการแพ้แทบจะไม่มี ฉีดไปแล้วเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรก และเมื่อเวลาผ่านไป สารเติมเต็ม HA นี้เองจะสามารถสลายตัวได้ ไม่เหลือสารตกค้างในร่างกาย แต่ทั้งนี้ การฉีดจะไม่เป็นอันตรายก็ต้องขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแพทย์, สารเติมเต็ม HA ที่ใช้จะต้องเป็นของแท้ที่ได้รับรองอย่างถูกต้องจาก อย. รวมไปถึงเลือกฉีดกับคลินิกหรือสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานเท่านั้นค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์แต่ละจุดต้องใช้ Filler กี่ cc

การฉีดฟิลเลอร์ในแต่ละจุด แต่ละตำแหน่งนั้น จะมีการใช้ปริมาณของสารเติมเต็มที่แตกต่างกันออกไปค่ะ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะต้องมีการประเมินลักษณะปัญหา รวมถึงโครงสร้างของใบหน้าของคนไข้แต่ละรายแบบ Case by Case เพื่อการแก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำ ตรงจุด ทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวย เหมาะกับรูปหน้าของคนไข้ และสามารถตอบโจทย์กับความต้องการของคนไข้ได้มากที่สุดค่ะ

  • ฉีดบริเวณหน้าผาก ใช้ปริมาณสารเติมเต็มประมาณ 3-5 cc
  • ฉีดบริเวณใต้ตา ใช้ปริมาณสารเติมเต็มประมาณ 2-4 cc
  • ฉีดบริเวณขมับ ใช้ปริมาณสารเติมเต็มประมาณ 2-4 cc
  • ฉีดบริเวณแก้มส้ม ใช้ปริมาณสารเติมเต็มประมาณ 1-2 cc
  • ฉีดบริเวณร่องแก้ม ใช้ปริมาณสารเติมเต็มประมาณ 1-3 cc
  • ฉีดบริเวณปาก ใช้ปริมาณสารเติมเต็มประมาณ 1-2 cc
  • ฉีดบริเวณคาง ใช้ปริมาณสารเติมเต็มประมาณ 1-2 cc

ฉีดฟิลเลอร์แล้วอยู่ได้นานแค่ไหน

ฉีดฟิลเลอร์อยู่ได้นานไหม อยู่ได้กี่เดือน เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตเลยค่ะ สำหรับผลลัพธ์ของการฉีดนั้น โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ได้นานประมาณ 8 เดือนไปจนถึง 2 ปี* ทั้งนี้ระยะเวลาของผลลัพธ์ที่ได้นั้นอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น รุ่นหรือยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้, บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์, สภาพผิวของคนไข้ รวมไปถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน และการดูแลตัวเองหลังฉีดค่ะ ถึงแม้ว่าการฉีดจะให้ผลลัพธ์ที่ไม่ถาวร แต่อย่างไรก็ตาม การฉีดนับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลผิวและปรับรูปหน้าที่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับการใช้ครีมบำรุงผิวทั่วไปเลยทีเดียวค่ะ

สามารถฉีดฟิลเลอร์เติมได้ไหม ต้องรอระยะเวลาเท่าไหร่

โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเราฉีดฟิลเลอร์ไปแล้ว จะสามารถคงผลลัพธ์ได้นาน 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์และตำแหน่งที่ฉีด ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป สารเติมเต็มเหล่านี้จะสามารถสลายได้เอง และคนไข้สามารถกลับมาเติมฟิลเลอร์ได้ โดยแนะนำให้เข้ารับการปรึกษาและรับการตรวจประเมินกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน หรือหากในกรณีที่ฉีดมาแล้ว แต่ยังไม่พึงพอใจในผลลัพธ์ และสารเติมเต็มเดิมยังคงไม่สลายตัว ก็สามารถทำการฉีดสลายฟิลเลอร์ของเก่าที่มีออกก่อน ซึ่งจะต้องทิ้งระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ หรือตามระยะเวลาที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ จึงจะกลับมาฉีดซ้ำได้ค่ะ

หัตถการใดที่สามารถทดแทนการฉีดฟิลเลอร์ – Filler

หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ถ้าไม่ฉีดฟิลเลอร์สามารถทำหัตถการใดได้บ้าง ต้องอธิบายก่อนค่ะว่า ฟิลเลอร์เป็นการฉีดเติมเต็มชั้นผิวให้มีวอลลุ่มเพิ่มขึ้น มีผลให้ผิวเรียบเนียน เต่งตึง ร่องลึกตื้นขึ้น ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ และยังช่วยปรับสภาพผิวให้ผิวมีความชุ่มชื่น ผิวสดใด ส่งผลดีกับสุขภาพผิว รวมถึงยังนำมาเติมเต็มเพื่อปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนมีมิติได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งหลายคนมักจะนำมาเปรียบเทียบกับการฉีดไขมันที่มีจุดประสงค์ในการรักษาที่คล้ายคลึงกันค่ะ โดยทั้ง 2 หัตถการนี้ ต่างก็มีความแตกต่างกันในเรื่องของส่วนประกอบ, วิธีการฉีด, กลไกการทำงาน, ปริมาณที่ใช้, ระยะเวลาของผลลัพธ์ที่ได้ รวมถึงข้อดีและข้อเสียค่ะ

สำหรับการฉีดสารเติมเต็ม HA นั้น จะใช้สารสังเคราะห์ประเภท Hyaluronic Acid ซึ่งมีลักษณะที่เหมือนกับสาร HA ที่มีอยู่ในร่างกาย มีความปลอดภัยสูง ใช้ปริมาณที่น้อยกว่าการฉีดไขมัน ซึ่งการฉีดไขมันเป็นการนำไขมันที่ได้จากตัวคนไข้เองมาผ่านกระบวนการปั่นคัดแยกเซลล์ไขมันบริสุทธิ์ มาเติมเต็มในบริเวณที่ต้องการ แต่ทั้งนี้ไขมันที่เติมเข้าไปนั้น จะมีการสลายตัวได้ถึง 30-40% หรือบางรายอาจมีการสลายตัวของไขมันที่เร็ว ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจต้องเติมไขมันเผื่อไว้และจะทำให้ใบหน้าดูบวมในช่วงเดือนแรกค่ะ ทั้งนี้ แนะนำให้ศึกษารายละเอียดและเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละหัตถการ และเลือกให้เหมาะกับปัญหารวมถึงให้ตรงกับความต้องการเรามากที่สุดค่ะ

สรุปเหตุผลที่ควรเข้ารับบริการ Filler

การฉีดฟิลเลอร์ (filler) นับว่าเป็นนวัตกรรมเติมเต็มและแก้ไขจุดที่บกพร่อง ซึ่งตอบโจทย์ปัญหาได้อย่างครอบคลุม สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้หลายบริเวณทั้งใบหน้าและลำตัว และยังเป็นสารเติมเต็มที่มีความปลอดภัยสูง สลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ไม่เหลือสิ่งตกค้างในร่างกาย ทำแล้วเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรก ใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องผ่าตัด ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น ไม่มีแผลเป็นทิ้งไว้กวนใจ หลังทำดูแลตัวเองง่ายไม่ยุ่งยาก นอกจากนี้ ใครที่กังวลว่าเมื่อสารเติมเต็มสลายตัวแล้วหน้าจะแก่ไหม ก็ไม่ต้องวุ่นวายใจเลยค่ะ เพราะหลังจากที่ฟิลเลอร์สลายตัวแล้วก็ยังให้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสารเติมเต็ม HA ที่ฉีดเข้าไปจะทำให้ผิวบริเวณนั้นชุ่มชื่น คอลลาเจนและอิลาสตินจะถูกสร้างเพิ่มขึ้นตามไปด้วยนั่นเองค่ะ เรียกได้ว่านอกจากจะช่วยเติมเต็มแล้ว ยังช่วยปรับคุณภาพผิวได้ต่อเนื่องอีกด้วย ทำแล้วคุ้มค่ามาก สำหรับใครที่อยากหาตัวช่วยดี ๆ ที่จะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนวัย หรือปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติ โดยไม่ต้องผ่าตัด หัตถการนี้นับว่าเป็นตัวช่วยสุดปังที่ Doctor Mek Clinic เราแนะนำเลยค่ะ

หากมีปัญหาหรือข้อสงสัยใด ๆ ในเรื่องคลินิกเสริมความงาม สามารถติดต่อกับทางคลินิก Doctor Mek ได้โดยแอด Line หรือส่งคำถามมาได้ที่ Facebook Messenger จากปุ่มด้านล่างนี้ค่ะ