DoctorMEK.com

ฉีดฟิลเลอร์คาง

Filler-คาง

พบกับนวัตกรรมในการเสริมความงามด้วยสารเติมเต็มบนใบหน้าที่ช่วยให้รูปคางของคุณดูสวยขึ้น ใบหน้าดูเรียวเล็ก ดูวีเชฟโดยไม่ต้องผ่าตัดด้วยบริการ ฉีดฟิลเลอร์คาง ควบคุมและดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางภายใต้การบริการได้มาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย พร้อมผลลัพท์ที่คุณสัมผัสได้

สำหรับท่านที่มีปัญหาบริเวณคาง ทำให้รูปหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ คางสั้น หน้าสั้น คางเบี้ยวไม่เข้ารูป กรามใหญ่ สามารถเลือกใช้บริการ ฟิลเลอร์คาง (Chin Filler, Lower face Filler) เพื่อให้คางของคุณดูเรียวสวย เอียงองศาไหนก็ดูดี ดูหน้าเด็ก ภายใต้การดูแลโดยอาจารย์แพทย์ที่มีความชำนาญมากประสบการณ์ ซึ่งอาจาย์หมอจะคอยดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่การประเมินเคสก่อนให้บริการ รวมถึงการประเมินจำนวนซีซีของสารเติมเต็มที่ใช้ฉีดฟิลเลอร์เฉพาะจุด เพื่อให้ได้ปริมาณที่เหมาะสมและได้ผลลัพธ์ดีหลังเข้ารับบริการฉีดสารเติมเต็มที่คาง

เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน

การฉีดฟิลเลอร์คาง คืออะไร

ฉีดฟิลเลอร์คาง คือ การฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในบริเวณต่าง ๆ ของใบหน้า เพื่อเติมเต็มปรับรูปหน้าและยกกระชับใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยสารชนิดนี้เป็นสารจำพวก Hyaluronic acid ที่สกัดจากธรรมชาติโดยผ่านกรรมวิธีคัดแยกแบบพิเศษ ทำให้มีความปลอดภัยต่อผิวมาก จึงไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบการแพ้ก่อนรับการฉีดและโอกาสในการเกิดการแพ้น้อยมาก งานวิจัยมีการพบว่าอาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นเป็นอาการมาจากการแพ้ยาชา สำหรับท่านใดที่เคยฉีดยาตอนถอนฟันหรือยาชาตอนทำแผลแล้วไม่เกิดอาการแพ้ก็แสดงว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะเป็นยาชาชนิดเดียวกันเลย

การฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติเพิ่มมากขึ้น โดยจะทำให้ใบหน้าแลดูมีความละมุนยิ่งขึ้น ใบหน้าดูหวาน ใบหน้าเรียวมากขึ้น เมื่อถ่ายรูปออกมาก็ทำให้ดูสวยเป๊ะปัง เห็นกรอบหน้าชัด สำหรับคุณผู้ชายจะทำให้ดูคมเข้มมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาจะขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้ และเทคนิคในการฉีดของแพทย์ด้วยค่ะ

แต่ในทุกหัตถการที่ทำก็ย่อมมีความเสี่ยง ความปลอดภัยในการฉีดนั้นจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ผู้ฉีด หากทำการฉีดเข้าชั้นผิวหนังที่ตื้นจนเกินไปก็อาจทำให้คางเสียรูปได้

ฟิลเลอร์คาง ตัวช่วยเสริมให้กรอบหน้าชัดอย่างปลอดภัย

ในยุคปัจจุบันนี้ที่สาว ๆ หลายท่านต่างให้ความสนใจในการทำ

“ ศัลยกรรมคาง ”

เพื่อทำการปรับรูปหน้ากันมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นวิธีที่ช่วยในการปรับปรุงและแก้ไขรูปหน้าที่เคยไม่ได้สัดส่วน ให้กลับมามีความสวยงามได้ดั่งต้องการ ทำให้รูปของใบหน้าแลดูยาวเรียวได้รูปมากยิ่งขึ้น แต่คุณรู้หรือไม่ว่านอกจากวิธีการทำศัลยกรรมแล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่งในการปรับรูปหน้าโดยต้องทำการผ่าตัด แถมไม่ต้องพักฟื้นอีกด้วย ซึ่งสำหรับวิธีที่ว่านี้ก็คือ การเติมฟิลเลอร์คาง หรือที่มักเรียกกันว่าการฉีดฟิลเลอร์คาง

โดยวิธีการเติมฟิลเลอร์คางเป็นวิธีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย เพราะนอกจากจะช่วยทำการปรับรูปหน้าได้แล้ว ยังเป็นการช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับคางได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคางตัดที่ทำให้ใบหน้าดูสั้น ใบหน้ากลม คางบุ๋มจากกรรมพันธุ์ คางเหลี่ยม คางสั้นทำให้หน้าไม่หวาน ดูไม่สมส่วน จนทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง การเติมคางด้วย HA ฟิลเลอร์ให้ดูคางยาวขึ้น ใบหน้าได้สัดส่วนขึ้น ดูสวยเนียนเป็นธรรมชาติและที่สำคัญยังมีความปลอดภัยสูงด้วย แต่ทั้งนี้ผลลัพธ์หลังการฉีดฟิลเลอร์คางนั้นยังขึ้นอยู่กับเทคนิคการฉีดของแพทย์ หากฉีดได้ดีสวยครบสามมิติทั้งความกว้าง ความยาว และความหนาจะไม่เกิดปัญหาคางห้อยย้อยหรือคางยาวแบนแบบแม่มดแน่นอนค่ะ

Before & After

ภาพก่อนทำการฉีดสารเติมเต็มบริเวณคาง ซึ่งจะเห็นได้ว่าคางมีลักษณะตัดสั้นกว่า และภาพหลังทำการฉีดฟิลเลอร์คาง รีวิวจากคนไข้จริงที่มีความไว้วางใจเลือกใช้บริการกับคลินิกของเรา โดยจะเห็นได้ว่าลักษณะคางที่ได้รับการเติมฟิลเลอร์แล้ว แลดูได้รูปทรงและคางดูเต็มมากกว่ากัน

ภาพก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์คางภาพหลังทำการฉีดฟิลเลอร์คาง

รีวิวจากคนไข้

นี้เป็นภาพส่วนหนึ่งของการฉีดฟิลเลอร์คาง รีวิวจากคนไข้จริงที่เลือกใช้บริการกับทางคลินิกของเรา โดยคนไข้ส่วนใหญ่ต่างชื่นชอบและให้การตอบรับกับบริการนี้เป็นอย่างมาก

ราคาค่าบริการ

ฟิลเลอร์คาง ราคา จะแตกต่างกันไปค่ะ โดยขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน รวมถึงชนิดของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ ทำให้ไม่สามารถบอกถึงราคาอย่างชัดเจนได้นั่นเอง

ข้อดีและข้อเสียของการฉีดบริเวณคาง

ข้อดี

การฉีดที่บริเวณคางเพื่อปรับรูปหน้าให้เป็นวีเชฟ นับเป็นวิธีที่กำลังได้รับความนิยมมากในปัจจุบันนี้ เพราะนอกจากจะทำให้หน้าเรียวสวยวีเชฟตามต้องการแล้วยังไม่เจ็บอีกด้วย และการฉีดมีข้อดีดังนี้

      1. ค่าใช้จ่ายไม่สูง : หากคุณทำการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการแก้ไขโครงสร้างใบหน้าด้วยการเสริมคางในรูปแบบอื่น ๆ อาทิเช่น การผ่าตัดขากรรไกร การผ่าตัดเสริมคาง คุณก็จะพบว่าการฉีดสารเติมเต็มฟิลเลอร์ถือเป็นวิธีที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าวิธีอื่น ๆ ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจสูงเกินไปได้
      2. ปลอดภัยกว่าวิธีอื่น : สารที่นำมาใช้ในการฉีด คือ ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) เป็นกรดอีกชนิดหนึ่งที่ร่างกายคนเราสามารถผลิตขึ้นมาเองได้ตามธรรมชาติ อีกทั้งยังมีอยู่ทั่วไปตามในชั้นผิวของคนเราอีกด้วย ดังนั้นสารชนิดนี้จึงมีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองโดยทางการแพทย์แล้วว่าสามารถใช้กับคนทั่วไปได้ แต่สำหรับในการฉีดควรกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการฉีดเท่านั้น คุณจึงจะสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดอันตรายใด ๆ อย่างแน่นอน
      3. เห็นผลได้ทันทีหลังฉีด : โดยเป็นวิธีการปรับรูปหน้าที่สามารถเห็นได้ทันทีหลังจากการฉีดเพราะ Hyaluronic Acid (ฟิลเลอร์) ที่ฉีดเข้าไปจะคงตัวอยู่ในตำแหน่งที่ฉีดทันที อีกทั้งยังไม่ส่งผลข้างเคียง เช่น ไม่เกิดการบวมหลังผ่าตัดจึงทำให้ไม่ต้องรอเหมือนการผ่าตัดศัลยกรรม
      4. ไม่เจ็บและไม่ต้องพักฟื้น : สำหรับในการฉีดฟิลเลอร์เป็นเพียงการฉีดไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) เข้าสู่ร่างกายในตำแหน่งเฉพาะจุดเพียงเท่านั้น ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์คางจึงถือเป็นวิธีการปรับลักษณะของโครงสร้างใบหน้าโดยไม่ทำให้เจ็บตัวจึงไม่จำเป็นต้องพักฟื้น เพียงแต่คนไข้ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
      5. ปรับเปลี่ยนได้หากไม่ถูกใจ : เนื่องจากเป็นการฉีดไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) เข้าสู่ใต้ผิวหนังชั้นลึก ดังนั้นหากคนไข้เกิดความรู้สึกว่าไม่พอใจกับรูปร่างของใบหน้าหลังการฉีดสาร ก็สามารถปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการปรับแต่งหรือแก้ไขได้ทันที โดยคนไข้ไม่ต้องกังวลว่ารูปลักษณ์ของคางจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวรจนทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้ค่ะ

ข้อเสีย 

ระยะเวลา : ซึ่งสามารถอยู่ได้นานที่สุดเพียงแค่ 2 ปี

ข้อแนะนำก่อนและหลังทำ

ข้อควรปฎิบัติก่อนทำ

สำหรับก่อนฉีดมีข้อห้ามอย่างไรบ้างนั้น โดยส่วนใหญ่จะคล้ายคลึงกับข้อห้ามของการทำหัตถการบนใบหน้าทั่วไปดังนี้

      1. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเสริม/วิตามิน เช่น วิตามินซี คอลลาเจน grape seed ซึ่งมีผลต่อผิว ทำให้มีหลอดเลือดฝอยมาเลี้ยงผิวของเรามากเกินไป และยังทำให้เกิดโอกาสช้ำได้ง่าย จึงควรหลีกเลี่ยงเป็นระยะเวลาประมาณ 3-7 วันก่อนทำหัตถการ
      2. หากคุณต้องรับประทานยาต้านเกล็ดเลือด หรือต้องทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด คุณควรทำการแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนเข้าทำหัตถการ
      3. หากมีการเสริมซิลิโคนที่คางมาก่อนแล้ว การฉีดฟิลเลอร์คางจะมีข้อห้ามไหม เราจะเรียกว่าเป็นข้อห้ามก็ไม่เชิง แต่คุณควรทำการปรึกษาแพทย์ก่อนทำหัตถการเป็นรายบุคคลดีกว่าค่ะ เนื่องจากในการเสริมคางของแต่ละบุคคลที่ทำมานั้นจะไม่เท่ากัน อีกทั้งหลอดเลือดในบริเวณคางโดยรอบ ๆ จะมีกายวิภาคเปลี่ยนไป รวมถึงแพทย์จะต้องคำนึงว่าเนื้อคางส่วนที่เหลือ มีเพียงพอต่อการฉีดฟิลเลอร์คางให้ออกมาได้รูปสวยหรือไม่ โดยที่ Doctor Mek Clinic ของเราจะคำนึงถึงคุณภาพของผลงานและความพึงพอใจของคนไข้มาก ๆ ค่ะ

ข้อควรปฏิบัติหลังทำ

      1. คุณควรงดการออกกำลังกาย และงดทำกิจกรรมที่ต้องเสียเหงื่อในปริมาณมาก ๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์
      2. คุณควรงดการนวดหน้าหรือสัมผัสกับบริเวณที่ทำการฉีดเป็นเวลาอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์
      3. คุณควรดื่มน้ำเยอะ ๆ เนื่องจากฟิลเลอร์เป็นสารที่อุ้มน้ำ ดังนั้นในการดื่มน้ำบ่อย ๆ จึงเป็นการช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว และยังช่วยให้เห็นผลได้ชัดยิ่งขึ้นอีกด้วย
      4. ห้ามทำการนวด กด หรือทำการใช้มือปั้นทรงคาง
      5. คุณควรเลี่ยงการนั่งเท้าคาง การสวมหมวกนิรภัยชนิดรัดใต้คางแน่นมาก ๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
      6. สำหรับการนอนจะไม่มีข้อห้ามในการนอนตะแคง แต่คุณควรระมัดระวังการนอนคว่ำในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพราะคางเราอาจไปเกยหมอนจนเกิดการกดทับซึ่งจะมีผลต่อทรงคางได้ค่ะ

คุณสาว ๆ ทั้งหลายที่อ่านมาจนถึงท่อนนี้ คงพอจะทราบข้อมูลเกี่ยวกับการปรับรูปหน้าพร้อมวิธีในการดูแลตัวเองกันไปแล้ว ดังนั้นก็ไม่มีอะไรที่ต้องให้กังวล ส่วนที่เหลือเพียงแค่เตรียมตัวเองให้พร้อมก่อนเข้ารับบริการ และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ก็คือ การเลือกแพทย์ซึ่งควรเลือกทำกับแพทย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ เพราะจุดที่ฉีดมีผลต่อการรักษา

ทำไมใช้สารเติมเต็มเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ถึงต่างกัน

ในการฉีดบริเวณคางทำไมออกมาไม่เป๊ะ ไม่ปัง หรือมีความสวยต่างกัน อีกทั้งการฉีดให้หน้ามีความเรียวสวยได้รูปขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง วันนี้เราจะมาแนะวิธีการเช็คข้อมูลกันก่อนตัดสินใจเลือกทำค่ะ

      1. การเลือกชนิดของฟิลเลอร์ที่ต้องการใช้ : อย่างที่ทราบกันดีว่าในเมืองไทยมีหลายยี่ห้อ และแต่ละยี่ห้อมีหลายรุ่น หลายชนิดมาก ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติต่างกัน การที่จะทำให้คางสวยต้องเลือกชนิดที่มีโมเลกุลเหมาะสม ซึ่งมีคุณสมบัติที่จะขึ้นทรงได้สวย โดยในส่วนนี้จะขึ้นกับประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำหัตถการที่มีหน้าที่เลือกชนิดให้เหมาะกับรูปหน้าของแต่ละเคส บางคนที่ฉีดออกมาแล้วคางเป็นก้อนกลม ๆ ไม่เป็นทรง ฉีดแล้วแต่เหมือนไม่ได้ฉีดมา สาเหตุหนึ่งก็เพราะการเลือกชนิดที่ไม่เหมาะสมมาใช้นั้นเองค่ะ
      2. เทคนิคการฉีดของแพทย์ : ข้อนี้มีความสำคัญมาก เพราะคางที่จะออกมาสวยได้หลังทำการฉีด แพทย์จะไม่ได้ทำการฉีดอยู่เพียงตรงกลางในตำแหน่งเดียวเท่านั้น แต่แพทย์จะต้องมีการฉีดปรับทรงทั้งซ้ายขวาเพื่อให้รับเข้ากับรูปจมูกและปากของคนไข้แต่ละเคส รวมถึงต้องอทศัยเทคนิคการฉีดของแพทย์ให้คางออกมาไม่งอนเป็นมะม่วง ไม่แหลมเหมือนแม่มด หรือฉีดออกมาแล้วต้องแลดูไม่เป็นก้อน ๆ กลม ๆ ที่คางด้วย

นอกจากเทคนิคในการฉีดที่กล่าวข้างต้นแล้ว ยังต้องอาศัยเทคนิคของการปั้นขึ้นทรงคางของแพทย์ผู้ทำการฉีด จึงเรียกได้ว่าการฉีดถือเป็นงานศิลปะของแพทย์อย่างแท้จริง เพราะแพทย์ผู้ทำจะต้องออกแบบคางให้รับเข้ากับใบหน้าของคนไข้ในแต่บุคคลด้วย

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่คนไข้มักถามกันเข้ามาบ่อย ๆ ทางเราขอสรุปมาเพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจในการเลือกใช้บริการฉีดสารเติมเต็มที่คาง โดยมีคำถามดังต่อไปนี้

ในการฉีดบริเวณคางควรใช้ปริมาณกี่ CC

บริเวณคางโดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 1 cc. และควรเลือกใช้ประเภทที่มีความคงตัวสูงเพื่อให้ปั่นเป็นทรงได้ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาริ้วรอยและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ด้วยโดยทางแพทย์จะเป็นผู้พิจารณา

แต่ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากจำนวน CC ของสารที่ใช้ฉีดนั้น ควรปรึกษาและประเมินรูปหน้ากับแพทย์ก่อนค่ะ เพื่อให้แพทย์ทำการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าและเลือกชนิดสำหรับฉีดไปยังคาง รวมถึงการคำนวนปริมานให้เหมาะสมกับใบหน้าและรูปทรงที่ต้องการก่อนนั่นเอง

หลังจากฉีดแล้วจะอยู่ได้นานแค่ไหน

โดยเฉลี่ยแล้วสามารถอยู่ได้นานอย่างน้อย 18 – 24 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของสารที่คุณหมอใช้ เนื่องสารเติมเต็มแต่ละชนิดจะมีโมเลกุล ความยืดหยุ่นในแต่ละรุ่นที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงการดูแลตัวเองหลังการฉีดของคนไข้เองด้วย ซึ่งหากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดก็จะช่วยให้สามารถอยู่ได้นาน

เห็นผลหลังจากฉีดประมานกี่วัน

หลังจากทำการฉีดไปแล้วจะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีประมาน 80% เลยทีเดียว ส่วนอีก 20% ที่เหลือนั้นต้องใช้เวลาในการเซ็ตตัวอีกประมาน 14 – 20 วันหลังจากทำการฉีดค่ะ

หลังฉีดมีโอกาสเกิดการย้อย บิดเบี้ยว ผิดรูปไหม

ปัญหาของการฉีดฟิลเลอร์คางแล้วเกิดการย้อย บิดเบี้ยว หรือผิดรูปนั้นขึ้นอยู่กับชนิดที่เลือกใช้ ถ้าใช้ของแท้ได้มาตรฐาน รวมถึงเทคนิคการฉีดโดยแพทย์ที่มีความชำนาญสูง ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะออกมาดีขึ้นชัดเจนอย่างปลอดภัย ไม่ห้อยย้อย นอกจากนี้ยังสามารถสลายไปได้เองในระยะเวลา 1 – 2 ปี

จากกระแสข่าวที่มีการฉีดแล้วกลายเป็นก้อนห้อยย้อย หรือไหลไปยังตำแหน่งอื่นได้จริงไหม

กระแสข่าวส่วนใหญ่ที่พบเห็น มักเกิดจากการฉีดสารต้องห้ามอย่าง ซิลิโคนเหลว รวมถึงฟิลเลอร์ปลอม ซึ่งถือเป็นสารราคาถูกที่ฉีดโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ และยังทำให้การฉีดสารแปลกปลอมเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายจะเกิดข้อแทรกซ้อนต่าง ๆ มากมาย อาทิเช่น อาจทำให้คนไข้เกิดการอักเสบเป็น ๆ หาย ๆ มีการติดเชื้อ ซึ่งในบางรายอาจมีลักษณะเป็นก้อนแข็งไหลย้อยไปในตำแหน่งอื่น ๆ ส่งผลให้ใบหน้าดูประหลาดเกิดการผิดธรรมชาติ เพราะสารเหลวประเภทนี้จะอยู่ถาวรและไม่สามารถสลายไปเองตามธรรมชาติได้ กรณีผิดพลาดจะต้องรักษาด้วยการผ่าตัด แล้วทำการขูดออกจากส่วนที่ติดกับกระดูกหรือผิวหนังบริเวณคาง ซึ่งมักทำได้ไม่หมดอีกด้วย นอกจากนี้ยังทำให้เกิดผิวขรุขระไม่เรียบเนียนตามมา

หลังฉีดจะทำให้คางของเราดูเหมือนมะม่วงไหม

ตรงส่วนนี้ต้องขอชี้แจงก่อนว่าสารเติมเต็มจัดเป็นหัตการที่ต้องอาศัยเทคนิคความชำนาญส่วนบุคคลของแพทย์ ฉะนั้นการฉีดและปั้นขึ้นทรงได้สวยเป็นธรรมชาติ จึงต้องอาศัยฝีมือของคุณหมอเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน การดูรีวิวจากคนไขจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการเลือกใช้บริการที่ไหนดี

ระหว่างฉีดสารเติมเต็มกับผ่าตัดเสริมคางควรเลือกแบบไหนดี

สิ่งที่แรกที่คุณควรต้องเช็ค คือ ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ ซึ่งจะเห็นได้จากหลายกรณีเมื่อตัดสินใจทำการผ่าตัดไปแล้วจะไม่สามารถกลับมาแก้ไขได้ หรือแก้ไขแล้วก็ไม่ดีเท่าที่ต้องการ แต่สำหรับการฉีดสารเติมเต็มของแท้ถือเป็นการกระทำช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยสารเติมเต็มที่ทำการฉีดเข้าไป หากเป็นของแท้ก็จะค่อย ๆ สลายไปเองตามธรรมชาติ

ข้อดีของการฉีด Vs.การผ่าตัดศัลยกรรมคาง

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์คางมีข้อดี คือ คุณสามารถปรับรูปหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะสามารถรองรับกับกรอบหน้าได้ดีกว่า อีกทั้งยังสามารถแก้ไขได้ง่าย และไม่จำเป็นต้องพักพื้น

ส่วนข้อดีของการผ่าตัดศัลยกรรมคาง ลงทุนครั้งเดียวอยู่ได้ถาวร แต่การผ่าตัดเสริมคางมีจุดประสงค์เพื่อเสริมให้ใบหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น ทำให้ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้น มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นการผ่าตัดย่อมมีความเสี่ยงเกิดขึ้นได้เสมอ รวมถึงต้องเสียเวลาพักฟื้นยาวนาน ซึ่งในระหว่างนี้อาจมีโอกาสทำให้เกิดอาการบวมแดงหรือมีการติดเชื้อโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ ในกรณีที่คนไข้มีปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ควรเลือกวิธีที่เกิดความเสี่ยงน้อยที่สุดจะดีกว่า และควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนการรักษาทุกครั้ง

หากมีปัญหาหรือข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับ Filler สามารถแอด Line หรือส่งคำถามมาได้ที่ Facebook Messenger จากปุ่มด้านล่างนี้ค่ะ

บทความโดยแพทย์ Doctor Mek Clinic

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save