DoctorMEK.com

เลเซอร์รอยสิว เลเซอร์หลุมสิว

Laser-รอยสิว

ลบเลือนริ้วรอยจากสิวบนใบหน้าด้วยบริการ เลเซอร์รอยสิว และ เลเซอร์หลุมสิว (Laser acne spot & scar) หนึ่งในนวัตกรรมทางการแพทย์ที่อาศัยเครื่องมือด้านการรักษาด้วยเทคโนโลยีล่าสุด โดยตัวเครื่องมีคุณสมบัติเน้นการรักษารอยที่เกิดจากสิวโดยเฉพาะ เพื่อให้คุณสามารถอวดผิวหน้าใส ๆ ไร้สิว ด้วยการเลือกใช้บริการนวัตกรรม เลเซอร์สิว ที่ทรงประสิทธิภาพในการทำงาน แถมตัวเครื่องยังได้รับใบรับรองจาก USFDA และ ThaiFDA มั่นใจได้ในความปลอดภัยทุกขั้นตอนเมื่อใช้บริการที่นี่

สำหรับสิวบริเวณใบหน้าที่ขึ้นชื่อว่าหายยาก แต่สิ่งที่หายยากกว่าก็คือ ‘รอยสิว’ เพราะปกติเราจะพบรอยดำและรอยแดงตามมาเกือบทุกครั้ง ทำเอาหลายคนกลุ้มใจอยู่ไม่ใช่น้อย เนื่องจากการรักษารอยบางครั้งต้องใช้เวลาในการบำรุงรักษาและดูแลนานเลยทีเดียวกว่ารอยสิวจะจางหายไป แต่เราสามารถจัดการปัญหานี้ได้อย่างง่ายดายด้วยการทำเลเซอร์ เพราะเครื่องนี้สามารถช่วยให้ร่องรอยต่าง ๆ ดีขึ้นภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการช่วยลดเลือนริ้วรอยจากสาเหตุอื่น ๆ ส่งผลให้ใบหน้าของเราแลดูอ่อนกว่าวัย

เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน

เลเซอร์รอยสิวและหลุมสิวคืออะไร

เลเซอร์รอยสิวและหลุมสิว คือ เทคโนโลยีที่ใช้เครื่องเลเซอร์สำหรับแก้ปัญหารอยสิวด้วยพลังงานแสงความเข้มข้นสูง และช่วงความยาวคลื่นที่เหมาะสม โดยจะทำการยิงลำแสงเลเซอร์ลงไปบนผิวหนังที่ต้องการลบรอยสิว เพื่อกำจัดผิวหนังชั้นนอกที่เกิดรอยดำหรือรอยแดงนั้นทิ้งไป และกระตุ้นผิวหนังให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ส่งผลให้ผิวบริเวณที่ทำแลดูเรียบเนียน และรอยต่าง ๆ ดูจางลง

ทั้งนี้ก่อนที่จะพาไปทำความรู้จักกับบริการนี้ เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของ ‘รอยสิว’ กันก่อนดีกว่าค่ะ

การใช้เลเซอร์แก้ปัญหารอยสิวดีอย่างไร

การทำเลเซอร์รอยสิว คือ การใช้พลังงานคลื่นแสงเข้าไปทำลายเม็ดสีให้แตกละเอียด เพื่อให้ร่างกายของเราสามารถกำจัดเม็ดสีออกไปได้ง่ายขึ้นนั่นเองค่ะ โดยการรักษารอยสิวด้วยเลเซอร์นั้นมีข้อดีต่าง ๆ ดังนี้

      1. ช่วยให้รอยแดงหรือรอยดำจากสิวแลดูจางลง
      2. ช่วยให้ริ้วรอยแลดูลดเลือนและจางลง
      3. ช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวของเราให้เกิดการสร้างคอลลาเจน
      4. ช่วยให้ผิวพรรณบนใบหน้าแลดูเรียบเนียนกระจ่างใส
      5. หลังทำเห็นผลลัพธ์ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก
      6. ไม่เกิดอาการแพ้ เพราะเลเซอร์สิวไม่ใช้สารเคมี

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเครื่องมือชนิดนี้ ไม่ได้แค่ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะจุดเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถดูแลผิวของเราในหลาย ๆ ด้านอีกด้วยค่ะ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บริการนี้กลายมาเป็นวิธีที่แพทย์ส่วนใหญ่นิยมเลือกใช้ ถึงแม้ราคาค่อนข้างสูงแต่ก็สามารถตอบโจทย์ได้ดีกว่าวิธีอื่น ๆ ค่ะ

Before & After

ภาพรีวิว เลเซอร์รอยสิว โดยก่อนทำสามารถมองเห็นร่องรอยของปัญหาสิวที่เคยเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้ใบหน้าแลดูสีผิวไม่สม่ำเสมอ ไม่เนียนสวย ทำให้ไม่น่ามอง และภาพหลังทำที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่ารอยสิวแลดูจางลง ซึ่งเป็นภาพรีวิวจากคนไข้จริงที่มีความไว้วางใจเลือกใช้บริการกับทางคลินิกเรา

ภาพก่อนทำเลเซอร์รอยสิวภาพหลังทำเลเซอร์รอยสิว

รีวิวจากคนไข้

ภาพรีวิวความประทับใจส่วนหนึ่งจากคนไข้จริงที่เข้ารับบริการนี้ หลายท่านที่ทำแล้วต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารอยสิวที่เคยมีแลดูจางลงเยอะ รู้สึกชอบมาก

ค่าบริการราคาเท่าไร

หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าการทำเลเซอร์รอยสิวราคาเท่าไหร่ สำหรับในส่วนของราคาค่าบริการนี้จะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการทำ เพราะปัญหาของคนไข้แต่ละท่านมีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งคุณหมอจะเป็นผู้วิเคราะห์อย่างละเอียดแบบ Case By Case สำหรับท่านที่สนใจสามารถปรึกษาอาจารย์แพทย์ เพื่อทำการประเมินก่อนใช้บริการได้ค่ะ

ปัจจัยที่สำคัญและสาเหตุของการเกิดรอยสิว

ปัจจัยที่ทำให้เกิดรอยจากสิว

  1. สิวอักเสบรุนแรง : หากสิวมีการอักเสบอยู่ในระดับที่รุนแรง โดยการอักเสบมีการขยายวงกว้าง หรือลุกลามไปสู่ผิวชั้นในก็จะส่งผลให้เกิดรอยสิวฝังลึกจนอาจรักษาได้ยาก
  2. การแกะ หรือบีบสิว : พฤติกรรมการบีบหรือการแกะสิวอาจทำให้เกิดการอักเสบที่ลุกลาม และยังสร้างความเสียหายให้แก่ผิวหนังเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งก็จะส่งผลให้รอยแผลจางหายไปได้ช้า

สาเหตุของการเกิดรอยสิว

รอยสิว คือ รอยแผลเป็นที่เกิดจากการเป็นสิว ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่ใบหน้าของเราเกิดสิวอักเสบ หรือสิวอุดตันผุดขึ้นมา ก็จะส่งผลให้ผิวหนังของเราเกิดกระบวนการซ่อมแซมตัวเองขึ้นมาค่ะ จึงทำให้ภายหลังจากการหายเป็นสิวแล้ว จะปรากฏเป็นรอยแผลเป็นในลักษณะต่าง ๆ บนใบหน้านั่นเอง

เครื่องมือที่นิยมใช้ในการรักษารอยสิวมีอะไรบ้าง

สำหรับเครื่องเลเซอร์สิว เลเซอร์หลุมสิว ที่ใช้ในการรักษารอยสิวจะมีอยู่หลากหลายชนิด ซึ่งในแต่ละชนิดก็ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป โดยชนิดที่นิยมเลือกใช้หลัก ๆ จะมีด้วยกันดังนี้

      1. Dual Yellow

ข้อดี : ตัวเครื่องตอบสนองได้ดีต่อการรักษารอยแดงและเส้นเลือด

ข้อเสีย : รอยสิวที่ชัดเจนหรือเป็นมานาน อาจต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง

      1. V-Beam

ข้อดี : ตัวเครื่องมีระบบพ่นความเย็น (DCD) ช่วยปกป้องผิวจากความร้อนขณะทำเลเซอร์สิว และยังสามารถรักษารอยแดงได้ดี

ข้อเสีย :  อาจเกิดรอยคล้ำภายหลังการรักษา ซึ่งรอยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจะค่อยๆ จางลงเป็นปกติ

      1. เครื่องในกลุ่ม Q-Switched

ข้อดี : ตัวเครื่องนี้สามารถตอบสนองได้ดีกับรอยดำ

ข้อเสีย : อาจเกิดรอยดำตามมาได้ในภายหลัง

      1. เครื่องในกลุ่ม Pico

ข้อดี : คลื่นแสงความถี่สูง, แตกเม็ดสีค่อนข้างละเอียด, ไม่ทิ้งรอยไหม้ หรือรอยแผลเป็น, รักษารอยสิว รวมไปถึงลบรอยสักได้ดี

ข้อเสีย : ราคาสูงกว่าเลเซอร์ชนิดอื่น ๆ

      1. เครื่องที่ใช้คลื่นแสง IPL (Intense Pulse Light)

ข้อดี : คลื่นแสงไม่เข้มข้นจนเกินไป จึงเหมาะกับรอยสิวที่ไม่รุนแรงหรือรอยสิวที่เพิ่งเกิดใหม่ และยังสามารถรักษารอยดำได้ดีอีกด้วย

ข้อเสีย : คลื่นแสงมีความกว้างอาจทำให้รักษาได้ไม่ตรงจุด

      1. เครื่องที่ใช้คลื่นแสง VPL (V-Intense Pulsed Light)

ข้อดี : ตัวเครื่องให้ผลลัพธ์ของคลื่นแสงที่กว้าง จึงเหมาะกับรอยสิวที่ไม่รุนแรงหรือรอยสิวที่เพิ่งเกิดใหม่

ข้อเสีย : คลื่นแสงมีความกว้างอาจทำให้รักษาได้ไม่ตรงจุด

**IPL กับ VPL ให้ผลลัพธ์การรักษาไม่แตกต่างกันมากนัก

ข้อดีของการใช้เครื่องพิโคชัวร์ในการรักษารอยที่เกิดสิว

พิโคเลเซอร์ รุ่น “พิโคชัวร์” เป็นนวัตกรรมเลเซอร์ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในตอนนี้ โดยได้รับการรับรองจาก USFDA และ ThaiFDA ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ “รักษารอยสิวโดยเฉพาะ” อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่าเลเซอร์รุ่นอื่น ๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ
      1. มีความสามารถในการการปล่อยพลังงานแสงในระดับ Picosecond โดยให้ความเร็วแสงสูงถึง 1 ต่อ 1 ล้านล้านวินาที หรือมีระยะเวลาในการปล่อยพลังงานแสงที่สั้นกว่าระดับ Nanosecond ถึง 1,000 เท่า ซึ่งการปล่อยพลังงานแสงในระยะเวลาที่สั้นมาก ๆ นี้จะทำให้เม็ดสีแตกตัวได้ละเอียด และลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ
      2. มีช่วงความยาวคลื่นที่สามารถดูดซับเม็ดสีเมลานินใต้ผิวหนังชั้นลึกได้ดี
      3. มีแรงดันสูงในการกำจัดเม็ดสี ทำให้รอยสิวจางไวขึ้น
      4. Downtime น้อย จึงไม่เกิดแผลภายหลังจากการรักษา ทำให้ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น
      5. ไม่สะสมความร้อนไว้ใต้ชั้นผิวเหมือนเลเซอร์รุ่นอื่น ๆ จึงไม่ทำให้ผิวเกิดรอยไหม้ หรือรอยแผลเป็น
      6. ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนบริเวณใต้ชั้นผิว จึงทำให้ผิวขาวกระจ่างใส และผิวแลดูเรียบเนียนขึ้น
      7. มีความรู้สึกเจ็บน้อยกว่าเครื่องรุ่นอื่น ๆ ในระหว่างทำการรักษา

บริการของที่นี่ดีกว่าอย่างไร

      1. ทางเราเลือกใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในเวลานี้ โดยเลือกใช้พิโคชัวร์ในการรักษารอยสิว
      2. ทางคลินิกให้การดูแลรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
      3. ทำการวิเคราะห์สภาพผิวก่อนรักษาด้วยเครื่อง Visual Skin Analysis ช่วยประเมินสภาพผิวในรูปแบบ 3D
      4. เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการรักษา จึงมีการยิงเลเซอร์ถึง 3 รอบ
      5. เราเลือกใช้เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นอยู่ในช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการรักษารอยสิว
      6. เห็นผลลัพธ์ค่อนข้างรวดเร็ว ทำให้ช่วยย่นระยะเวลาในการรักษาให้สั้นลง
      7. มีการติดตามผลการรักษา และยินดีให้คำแนะนำปรึกษา

การรักษารอยสิวด้วยเลเซอร์ จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผลลัพธ์การรักษาเป็นไปตามที่คาดหวัง รวมไปถึงเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ตัวคนไข้

การเตรียมตัวก่อนและหลังเข้ารับบริการ

ข้อควรปฏิบัติก่อนทำ

      1. หลีกเลี่ยงจากแสงแดดก่อนทำเลเซอร์ประมาณ 1-2 สัปดาห์
      2. หมั่นทาครีมกันแดดอยู่เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
      3. ควรงดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด AHA, BHA
      4. ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของมึนเมา และงดสูบบุหรี่
      5. ผู้ที่มีอาการของโรคเริมมาก่อน ควรรับประทานยาเพื่อป้องกันเริมกลับมาเห่อ

ข้อควรปฏิบัติหลังทำ

      1. ควรงดให้แผลโดนน้ำหลังทำเป็นเวลา 24 ชั่วโมง
      2. ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
      3. งดใช้เครื่องสำอางหลังทำประมาณ 1 สัปดาห์
      4. หลีกเลี่ยงการรบกวนผิว เช่น การแกะเกา การสครับผิว เป็นต้น
      5. ควรหมั่นทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวอย่างสม่ำเสมอ
      6. หมั่นทาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว

การดูแลตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจากสิว

      1. ไม่บีบหรือแกะสิว : สิ่งสำคัญเมื่อเราเกิดสิวไม่ควรบีบเค้นสิว หรือแกะสะเก็ดของแผล เพราะอาจจะกระตุ้นให้เกิดรอยดำ รอยแดง หรือหลุมสิวลึกตามมาได้ง่าย
      2. อย่าปล่อยให้สิวอักเสบนาน : เมื่อใดก็ตามที่สิวเริ่มมีการอักเสบเกิดขึ้น ทางที่ดีให้เรารีบทายาแต้มสิวเพื่อลดการอักเสบไว้ก่อน เนื่องจากการอักเสบของสิวจะไปกระตุ้นให้ผิวของเราเกิดการสร้างเม็ดสีเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีโอกาสทิ้งรอยดำ หรือรอยแดงบนผิวได้นานอีกด้วยค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

วิธีรักษารอยสิวในรูปแบบต่าง ๆ มีอะไรบ้าง

โดยปกติรอยแดงหรือรอยดำจากสิวสามารถจางหายไปได้เองตามกาลเวลา แต่ในบางรายกว่ารอยสิวจะจางลงไป อาจต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งเดือนขึ้นไป แต่ทั้งนี้หากเรามีตัวช่วยดี ๆ ในการรักษาก็จะยิ่งช่วยทำให้รอยสิวจางหายได้ง่ายและไวขึ้น โดยมีแนวทางต่าง ๆ ในการรักษารอยสิวดังนี้

      1. การทำทรีตเม้นท์ผิวหน้า : เป็นการใช้มาส์กสูตรพิเศษเข้ามาช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ เพื่อให้จุดด่างดำหรือรอยสิวต่าง ๆ ดูจางลง อีกทั้งยังเป็นการปรนนิบัติผิวเพื่อคืนความแข็งแรง และเพิ่มความขาวกระจ่างใส โดยผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นทุกครั้งหลังทำ
        ข้อดี : รู้สึกผ่อนคลาย และช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้ดี
        ข้อเสีย : จำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่องถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
      2. การผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดผลไม้ (AHA / BHA) : เป็นการใช้กรด AHA หรือ BHA ที่มีความเข้มข้นสูงไปทำลายเซลล์ผิวหนังชั้นบนสุดให้หลุดลอกเร็วขึ้น ซึ่งเป็นการเร่งให้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่เร็วกว่าปกติ ส่งผลให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน รวมถึงรอยสิวต่าง ๆ แลดูจางลง โดยทั้งนี้จำเป็นต้องทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
        ข้อดี : เร่งให้เซลล์ผิวเกิดการผลัดเซลล์ได้เร็วขึ้น
        ข้อเสีย : ผิวหนังอาจเกิดการระคายเคือง หรือผิวอาจไวต่อแดด
      3. ผลิตภัณฑ์ลดรอยสิว : ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ลดรอยสิวหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นยาทา ครีม โลชั่น หรือเซรั่ม ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์ล้วนมีคุณสมบัติช่วยปรับสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอและช่วยลดรอยสิวร่วมด้วย
        ข้อดี : ราคาไม่สูงมากนัก
        ข้อเสีย : เห็นผลลัพธ์ค่อนข้างช้า อาจต้องใช้เวลาค่อนข้างนานกว่ารอยสิวจะจางลง
      4. ทานยา / วิตามินเสริมลดรอยสิว : การทานยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคุณสมบัติช่วยลดรอยสิว นอกจากจะช่วยลดการอักเสบของสิวได้แล้ว ยังช่วยเรื่องของรอยสิวได้ดีอีกด้วย
        ข้อดี : ช่วยบำรุงผิวพรรณ รวมถึงดูแลสุขภาพโดยรวม
        ข้อเสีย : โดยส่วนมากจะช่วยในเรื่องของการปรับสภาพผิวมากกว่าการลดรอยสิวเพียงเฉพาะจุด และจำเป็นต้องอาศัยความต่อเนื่องในการรับประทานจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
      5. ลดรอยสิวด้วยวิธีธรรมชาติ : ผลไม้หรือสมุนไพรต่าง ๆ ที่ได้จากธรรมชาติสามารถนำมารักษารอยสิวได้ ไม่ว่าจะเป็นมะนาว น้ำผึ้ง ว่านหางจระเข้ หอมแดง มะเขือเทศ มะขามเปียก ไข่ขาว ฯลฯ โดยของแต่ละชนิดล้วนมีสรรพคุณสามารถลดรอยดำและรอยแดง รวมถึงต้านการอักเสบของสิว และต้านเชื้อแบคทีเรียได้ดี
        ข้อดี : เนื่องจากเป็นของที่ได้มาจากธรรมชาติ จึงมีความปลอดภัยต่อผิวหนังค่อนข้างสูง
        ข้อเสีย : ควรใช้อย่างระมัดระวัง เพราะบางอย่างมีความเป็นกรดสูง
      6. การทำเลเซอร์รอยสิว : รอยสิวฝังลึกที่จัดการได้ยากสามารถจบปัญหาได้ด้วยการใช้เลเซอร์เข้าไปช่วยทำลายเม็ดสี เพื่อทำให้รอยสิวต่าง ๆ จางลง และกระตุ้นให้ร่างกายของเราสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน
        ข้อดี : เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและรวดเร็ว
        ข้อเสีย : ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

ลักษณะของรอยที่เกิดจากสิว มีลักษณะอย่างไร

สำหรับหนุ่ม ๆ สาว ๆ หลายท่านที่มีปัญหาริ้วรอยจากสิว ต่างนิยมเลือกทำเลเซอร์สิวเพื่อให้ผิวหน้าแลดูเรียบเนียนกันมากขึ้น ซึ่งมีทั้งท่านที่มาทำเลเซอร์รอยสิว และเลเซอร์หลุมสิวกัน แต่สำหรับรอยสิวที่พบมักจะปรากฏเป็นรอยจุดสีแดง ๆ ไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม โดยเราสามารถแบ่งรอยสิวออกได้เป็น 2 ลักษณะหลัก ๆ ดังนี้

      1. รอยแดง เกิดจากเส้นเลือดฝอยขยายเพิ่มขึ้นภายหลังจากการอักเสบของสิว ทำให้เห็นเป็นรอยแดงที่บริเวณผิวของเรา
      2. รอยดำ เกิดจากการผลิตเม็ดสีเมลานินเป็นจำนวนมากในบริเวณที่มีการอักเสบของสิว หรือที่เรียกว่า Post-Inflammator

หากมีปัญหาหรือข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับเลเซอร์เพื่อความงาม สามารถแอด Line หรือส่งคำถามมาได้ที่ Facebook Messenger จากปุ่มด้านล่างนี้ค่ะ

บทความโดยแพทย์ Doctor Mek Clinic

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save