โพเทนซ่า - Potenza

นวัตกรรมความงามโพเทนซ่า (POTENZA) เครื่องแรกของโลกกับเทคโนโลยีที่เหนือกว่าด้วย 4 MODE RADIO FREQUENCY MICRONEEDLING มาพร้อมกับคลื่นพลังงาน MONOPOLAR, BIPOLAR, 1 และ 2 Mhz รวมเอาไว้ด้วยกันในครื่องเดียว เพื่อตอบโจทย์ความต้องการดูแลผิวพรรณ ฟื้นฟู ซ่อมแซม รักษาสิว รวมถึงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวเฟิร์มยกกระชับ ผิวแน่นขึ้น เต่งตึง ผิวสุขภาพดี ดูอ่อนเยาว์ พร้อมทั้งสามารถผลักตัวยาและวิตามินสูตรเฉพาะของ Doctor Mek Clinic เข้าสู่ผิวได้อย่างล้ำลึกในขั้นตอนเดียว ทั้งยังมีระบบการทำงานที่สามารถปรับแต่ง ตั้งค่า และออกแบบสำหรับการรักษาทุกปัญหาผิว ครอบคลุมตั้งแต่ผิวชั้นตื้นไปจนถึงผิวชั้นลึก นอกจากนั้นยังสามารถทำได้ทุกส่วนของร่างกาย ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์และเลือกใช้เพื่อให้เหมาะกับแต่ละรายบุคคลที่มีความต้องการรวมถึงปัญหาที่ไม่เหมือนกัน โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด ปลอดภัย มั่นใจในมาตรฐานด้วยการรับรองจาก US FDA และ Thai FDA เคลียร์ครบ จบปัญหาผิวในเครื่องเดียว

เรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ความงามที่เป็น Most Popular ใน USA เลยค่ะ นอกจากนั้นยังได้รับความนิยมมากในระดับโลกจากเหล่า Super Star อย่าง คิม คาร์เดเชียน ที่เลือกใช้บริการนี้ เพื่อดูแลตัวเองอยู่เป็นประจำ ถือว่าเป็นนวัตกรรมความงามที่ คิม คาร์เดเชียน Lover มากเลยก็ว่าได้ นอกจากนั้นดาราชั้นนำ celeb และคนดังในวงการบันเทิงของเมืองไทยที่ตบเท้าเข้ามาเลือกใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย ถ้าไม่อยากตกเทรนด์ความงามกับนวัตกรรมใหม่ล่าสุด เครื่องแรกของไทย สามารถเข้ามาปรึกษาที่ Doctor Mek Clinic ได้เลยนะคะ

เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน

โพเทนซ่า คืออะไร

Potenza เครื่องแรกในไทย

เป็นเครื่องช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวได้อย่างล้ำลึก ตอบโจทย์ความต้องการแก้ไขปัญหาผิวได้ครบ ครอบคลุมทุกระดับชั้นผิวตั้งแต่ชั้นตื้นไปจนถึงชั้นลึก ด้วยการปล่อยคลื่นความถี่วิทยุ Radio Frequency เข้าไปใต้ชั้นผิว ไม่ใช่การปล่อยพลังงานบนผิวชั้นนอก จึงไม่ทำให้เกิดการสะสมพลังงานหรือความร้อนที่ผิวชั้นนอก สีผิวจึงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงหมองคล้ำ มาพร้อมกับ 4 โหมดคลื่นพลังงานที่สามารถปรับเลือกได้ทั้ง MONOPOLAR, BIPOLAR, 1 Mhz และ 2 Mhz ที่จะส่งพลังงานคลื่นเข้าไปใต้ชั้นผิวกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน พร้อมทั้งมีหัวทิปที่สามารถผลักตัวยาหรือวิตามินที่ต้องการเข้าสู่ใต้ชั้นผิวได้อย่างล้ำลึกและมีประสิทธิภาพ โดยมีการทดสอบแล้วว่าสามารถผลักตัวยาเข้าไปได้ลึก สม่ำเสมอ ช่วยให้ผิวได้รับตัวยามากถึง 67% ซึ่งสามารถทำได้ทั้งใบหน้า คอ หลังมือ หน้าท้อง รวมไปถึงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ช่วยให้ผิวเต่งตึง แน่นกระชับ เรียบเนียนขึ้น ผิวสุขภาพดี แก้ปัญหาริ้วรอย รักษาผิวแตกลาย ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ดูเด็กลง นอกจากนั้นยังมีหัวทิปที่ใช้สำหรับการรักษาปัญหาสิว โดยเป็นการส่งคลื่นพลังงานเข้าไปจัดการต้นตอของสิวทั้งสิวอักเสบและสิวอุดตันได้อย่างตรงจุด

เครื่องแรกของโลกกับ 4 โหมดคลื่นพลังงานเพื่อดูแลผิวพรรณ

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นว่าเป็นเครื่องแรกของโลกที่รวบรวมเอา 4 โหมดคลื่นพลังงาน Radio Frequency เอาไว้ในเครื่องเดียว เพื่อตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาผิวของแต่ละคนที่มีความต้องการ มีความหนัก-เบาของปัญหา และสภาพผิวที่แตกต่างกัน เพื่อให้แพทย์สามารถออกแบบ เลือกใช้ได้อย่างหลากหลาย นำมาแก้ไขปัญหาได้อย่างครบถ้วน สามารถเลือกได้ทั้งระยะเวลาในการปล่อยพลังงาน รวมไปถึงความเข้มข้นของพลังงานที่ปล่อยออกไปในแต่ละครั้ง เครื่องนี้จึงได้รวบรวมคลื่นพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงเอาไว้ให้แพทย์เป็นผู้วิเคราะห์และเลือกใช้ให้เหมาะกับคนไข้แต่ละราย

  • ความถี่ 1 Mhz – คลื่นความถี่น้อยเหมาะกับการฟื้นฟูผิวและริ้วรอยเล็ก ๆ
  • ความถี่ 2 Mhz – คลื่นความถี่มากช่วยยกกระชับ ฟื้นฟูผิว ยกกระชับ ลดเลือนริ้วรอย
  • คลื่น Monopolar Radio Frequency – เป็นการส่งพลังงานแบบขั้วเดียว สามารถปล่อยคลื่นพลังงานลงลึกในชั้นผิวได้มากกว่า ช่วยฟื้นฟูผิวได้ดี
  • คลื่น Bipolar Radio Frequency – เป็นการปล่อยพลังงานแบบสองขั้ว อาจจะลงได้ไม่ลึกเท่าแบบ Monopolar แต่พลังงานอัดแน่นในบริเวณนั้น ๆ ได้มากกว่า ช่วยยกกระชับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฟื้นฟูและจัดการปัญหาผิวด้วยหัวทิปสุดปัง

นอกจากมีคลื่นพลังงานที่แตกต่างกันหลายแบบแล้ว ยังมีหัวทิปทรงประสิทธิภาพถึง 4 แบบหลัก ที่สามารถเลือกปรับแยกย่อยใช้งานได้มากถึง 10 แบบ เพื่อให้แพทย์สามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับปัญหาของคนไข้แต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ตอบโจทย์ตรงกับความต้องการของผิวมากที่สุด โดยแอพพลิเคเตอร์หนึ่งหัวยิงได้มากถึง 1,000 shot และเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง ไม่นำกลับมาใช้ใหม่ จึงมั่นใจได้ว่าผลลัพธ์จะออกมาดีที่สุดและปลอดภัยแน่นอน

Semi-Insulated Tips (S-Tips)

  • หัวทิปเฉพาะของโพเทนซ่า โดยมีจุดปล่อยพลังงานถึง 2 จุดในครั้งเดียว
  • สามารถรักษา กระตุ้นการซ่อมแซม ฟื้นฟูผิวทั้งชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ได้พร้อมกัน
  • แพทย์สามารถเลือกปรับระดับความลึกได้ตามความเหมาะสม
  • ปรับระดับความเข้มและระยะเวลาในการปล่อยของพลังงานได้ตามลักษณะปัญหาที่ออกแบบไว้อย่างเหมาะสมกับคนไข้แต่ละเคส
  • เลือกใช้ได้ทั้งโหมด Monopolar และ Bipolar ขึ้นอยู่กับการประเมินของคุณหมอผู้ทำการรักษา

Insulated Tips (I-Tips)

  • เป็นการรวมพลังงานไว้ในจุดเดียว พลังงานที่ปล่อยจึงอัดแน่นในจุดเดียว
  • สามารถส่งพลังงานได้อย่างแม่นยำในผิวระดับลึก
  • เลือกระดับความลึกของชั้นผิวที่จะทำการรักษาได้ตามความเหมาะสม
  • เน้นย้ำในการฟื้นฟู กระตุ้นคอลลาเจน อิลาสติน ผิวจึงกระชับ เต่งตึง ผิวแน่นขึ้น
  • จัดการปัญหารอยหลุมสิว ริ้วรอย และปัญหาผิวต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Single Needle Tips

  • เป็นหัวทิปสำหรับรักษาสิว
  • ส่งคลื่นพลังงานลงไปฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของการเกิดสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงจุด และแม่นยำ
  • ปล่อยคลื่นพลังงานจัดการต่อมไขมันใต้ชั้นผิวต้นตอของการเกิดสิว ให้ฝ่อตัวลง
  • รักษาได้ทั้งสิวอักเสบและสิวอุดตัน โดยไม่ต้องกดสิวก่อน (ขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้รักษาเป็นคนวิเคราะห์และพิจารณา)
  • สามารถทำร่วมกับคอร์สรักษาสิวอื่น ๆ ได้

Infusion Tip

  • หัวทิปที่สามารถยกกระชับ ปรับให้ผิวแน่น จัดการริ้วรอย แก้ปัญหาผิว พร้อมทั้งผลักตัวยาหรือวิตามินสูตรเฉพาะของ Doctor Mek Clinic เข้าสู่ชั้นผิวลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพในขั้นตอนเดียว
  • สามารถผลักตัวยาเข้าสู่ผิวลึกได้อย่างสม่ำเสมอดีกว่าเครื่องผลักยาด้วยเข็มแบบทั่วไป มีการทดลองพบว่าผิวสามารถได้รับตัวยามากถึง 67% (ผลการรักษาขึ้นกับแต่ละรายบุคคล) เมื่อทำด้วยเครื่องนี้
  • ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว ทั้งยังสามารถผลักตัวยาเข้าสู่ผิวได้พร้อมกันในขั้นตอนเดียว

Potenza ช่วยอะไร

เมื่อพูดถึงเรื่องของผิวพรรณและการบำรุง หลายคนคงนึกถึงการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อทำให้ผิวหน้ากระชับ เต่งตึง ซึ่งเป็นการเพิ่มขั้นตอนที่ยุ่งยากมากขึ้นไปอีก ยิ่งในปัจจุบันที่เราต่างก็ต้องเร่งรีบเพื่อออกไปทำงาน ใช้ชีวิคประจำวัน อาจจะไม่มีเวลามากพอที่จะต้องแบ่งเวลาดูแลผิวด้วยขั้นตอนที่มากมายใช่ไหมคะ ดังนั้น Potenza ถือว่าตอบโจทย์ได้อย่างครบครัน สามารถช่วยให้ผิวเฟิร์มกระชับ เต่งตึง ผิวแน่นขึ้น แก้ไขปัญหาริ้วรอยต่าง ๆ กระชับรูขุมขน ผิวไม่หย่อนคล้อย เต่งตึง เรียบเนียนขึ้น ทั้งยั้งช่วยผลักตัวยาบำรุงและวิตามินต่าง ๆ ลงไปใต้ชั้นผิวได้อย่างล้ำลึกไปพร้อมกันในขั้นตอนเดียว นอกจากนั้นยังช่วยดูแลแก้ปัญหาสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ไม่ทำให้เกิดสะเก็ดแผลบนผิว ประหยัดเวลาได้มากขึ้น และจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ภายใน 4 – 6 สัปดาห์ โดยสามารถกลับมาทำซ้ำได้อีกหลังจากนั้น เพื่อเป็นการดูแลผิวให้คงความอ่อนเยาว์ได้อย่างต่อเนื่อง

โพเทนซ่า เหมาะกับผิวแบบไหน

ถ้าหากถามว่าโปรแกรมนี้เหมาะกับใคร แล้วผิวแบบไหนที่ทำได้ บอกเลยค่ะว่าสามารถทำได้กับทุกสภาพผิว เหมาะกับคนที่อยากแก้ปัญหาผิว ฟื้นฟูซ่อมแซมและบำรุงผิวไปพร้อมกัน เช่น คนที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย หน้าท้องย้วยไม่กระชับ รูขุมขนกว้าง ผิวแตกลาย รวมถึงผิวที่ได้รับความเสียหายจากแสงแดด เป็นต้น ช่วยให้ดูสดใส ผิวมีออร่า หน้าดูเด็กลง

บริเวณใดที่ทำโปรแกรมโพเทนซ่านี้ได้บ้าง

สำหรับใครที่อยากยกกระชับพร้อมกับบำรุงผิวไปพร้อม ๆ กัน บอกได้เลยว่าตอบโจทย์ สามารถทำได้ในหลายจุดของร่างกาย เพราะการบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์อย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ เราไปดูตัวอย่างบางส่วนกันดีกว่าค่ะว่ามีส่วนไหนที่คนนิยมทำ และช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

บริเวณผิวหน้า – ใบหน้าของเรานั้นนับว่ามีปัญหาที่หลากหลายมากค่ะ ไม่ว่าจะทั้งผิวหน้าคล้อย เกิดริ้วรอย มีสิว โดยหากสามารถที่จะเข้าไปดูแลได้อย่างล้ำลึกจะช่วยให้หน้าดูกระจ่างใส หน้าเด็กลง

บริเวณหางตา – สามารถช่วยยกหางคิ้วหรือหางตาขึ้น เพื่อให้ดวงตาดูสดใส ไม่ดูเศร้า ทั้งยังแก้ปัญหารอยตีนกา และริ้วรอยบริเวณนั้นได้อีกด้วย

บริเวณลำคอ – ผิวคอ เป็นอีกจุดที่หลายคนมองข้าม ซึ่งหากผิวบริเวณนั้นเกิดปัญหาขึ้นมาย่อมส่งผลทำให้บุคคลิกภาพ และใบหน้าองค์รวมของเราดูแก่ขึ้นได้เช่นกันค่ะ โดยหากสามารถแก้ไขปัญหาจุดนี้ได้จะช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส เต่งตึงมากขึ้น ผิวดูอ่อนเยาว์

บริเวณหลังมือ – เป็นบริเวณที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกันค่ะ เพราะมือคืออวัยวะที่ต้องใช้หยิบจับสิ่งต่าง ๆ ทั้งโทรศัพท์ หยิบของให้ใครต่อใคร หากผิวหนังบริเวณหลังมือเหี่ยวย่น ย่อมทำให้ดูแก่กว่าวัยได้ด้วยเช่นกัน ลองคิดภาพตามนะคะว่าถ้าหน้าเราตึงแต่มือเหี่ยวก็คงจะดูเสียบุคคลิกไม่น้อยเลยค่ะ หากสามารถแก้ปัญหานี้ได้ก็จะทำให้มือนุ่มน่าสัมผัส เพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวเราได้อีกด้วย

บริเวณหน้าท้อง – ผิวหนังบริเวณนี้คือจุดที่เกิดการขยายและหดตัวอยู่บ่อย ๆ ในหลายคนที่ลดน้ำหนักแล้วผิวห้อยย้อย หย่อนคล้อย ผิวแตกลาย ไม่กระชับ รวมถึงคุณแม่หลังคลอดที่เกิดปัญหารอยแตกลายบนหน้าท้องก็สามารถทำได้ค่ะ หากจัดการปัญหาเหล่านี้ไปได้ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เราสนุกกับการแต่งตัว สนุกกับการใช้ชีวิตได้มากขึ้นกว่าที่เคย

โพเทนซ่าต้องทำบ่อยแค่ไหนจึงจะเห็นผล

หลังการทำจะสามารถเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ และจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีมากขึ้นไปอีกใน 4 – 6 สัปดาห์ ผลลัพธ์จะคงอยู่นานตั้งแต่ 6 – 12 เดือน โดยผลการรักษาขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละรายบุคคลด้วยนะคะ รวมถึงแพทย์จะเป็นผู้วิเคราะห์และประเมินปัญหาเพื่อออกแบบการรักษาให้เหมาะกับคนไข้รายนั้น ๆ นอกจากจะแตกต่างกันไปในแต่ละรายบุคคลแล้ว ยังขึ้นอยู่กับบริเวณของร่างกายที่ทำการรักษาด้วยค่ะ ดังนั้นการเข้ามารับคำปรึกษากับคุณหมอจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อที่จะทำให้เราได้รับข้อมูลที่ละเอียดครบถ้วนมากที่สุด

Before &After

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น เราได้นำผลลัพธ์ทั้งก่อนทำและหลังทำมาเปรียบเทียบให้ดูกันค่ะ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าผิวก่อนทำมีความหมองคล้ำ ผิวเหี่ยว หย่อนคล้อย มีริ้วรอย ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย เมื่อเปรียบเทียบกับผลลัพธ์หลังทำแล้วจะเห็นได้ชัดเจนเลยค่ะว่าผิวดูเฟิร์มกระชับ เต่งตึง ผิวแน่นขึ้น เรียบเนียน กระจ่างใส ริ้วรอยที่มีก็ลดเลือนจางลงอย่างเห็นได้ชัด

ก่อนและหลังการทำ Potenza
ภาพก่อนและหลังการทำ Potenza

รีวิวจากคนไข้จริงที่มาใช้บริการ

นี่คือส่วนหนึ่งของความประทับใจจากรีวิวคนไข้จริงที่เข้ามาใช้บริการ ซึ่งเราได้รวบรวมมาไว้ในบทความนี้ เพื่อให้เห็นถึงผลลัพธ์และความประทับใจหลังทำ สำหรับใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นประกอบการตัดสินใจ

รีวิวความประทับใจหลังทำโพเทนซ่า ช่วยเรื่องหน้าเรียวกับรอยจุดด่างดำจางลง
รีวิวความประทับใจหลังทำโพเทนซ่าแล้ว หน้าท้องหลังคลอดที่เป็นเซลลูไลท์หายหมดเลย
รีวิวความประทับใจหลังทำโพเทนซ่าแล้วผิวดีขึ้นเหนียงลดลงกรอบหน้าชัดขึ้น
รีวิวความประทับใจหลังทำโพเทนซ่าแล้วหน้ากระชับขึ้น หลุมสิวดูตื้นขึ้น

โปรโมชั่นของบริการโพเทนซ่า

สำหรับโปรโมชั่นนั้น จะมีความแตกต่างกันออกไปตามแต่ละช่วงเวลาหรือเทศกาลนั้น ๆ สามารถทักเข้ามาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สการรักษาที่มีหลากหลายกับทาง Doctor Mek Clinic ได้เลยค่ะ

บริการโพเทนซ่าราคาเท่าไหร่

ในเรื่องของราคานั้นขึ้นอยู่กับการรักษาของแต่ละรายบุคคล โดยแพทย์จะเป็นคนวิเคราะห์ และประเมินเพื่อออกแบบการรักษาเป็นแบบเฉพาะรายคน รวมถึงสูตรยาที่ใช้ในแต่ละคอร์ส และโปรโมชั่นในแต่ละช่วงเวลาด้วยค่ะ ดังนั้นจึงควรเข้ามาปรึกษาพูดคุยกับคุณหมอเพื่อบอกถึงความต้องการของคนไข้ ให้คุณหมอนำมาประกอบการออกแบบการรักษาให้เหมาะกับคนไข้แต่ละเคสมากที่สุดค่ะ

ข้อดีและข้อควรระวังของการทำโพเทนซ่า

มาถึงตรงนี้หลายคนคงรู้สึกอยากจะลองเข้ามาทำแล้วใช่ไหมคะ แต่ก็ยังคงกังวลว่าทำไปแล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง มีข้อดีและข้อเสียอะไรบ้าง ไม่ต้องกังวลไปเลยค่ะ เดี๋ยวเรารวบรวมเป็นข้อ ๆ เอาไว้ให้อ่านเลยดีกว่า จะได้เข้าใจง่ายขึ้น และนำไปประกอบการตัดสินใจได้ดีขึ้น

ข้อดี

  • กระชับผิว ลดริ้วรอย และผลักตัวยาเข้าสู่ชั้นผิวลึกได้พร้อมกันในขั้นตอนเดียว
  • ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิว ช่วยให้ผิวแข็งแรง มีความยืดหยุ่น และเต่งตึงมากขึ้น
  • จัดการปัญหาผิวได้หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการดูแลผิวพรรณ
  • สามารถรักษาสิวได้ทั้งสิวอักเสบและสิวอุดตัน
  • ทำได้ทุกส่วนของร่างกาย
  • ออกแบบการรักษาแบบเฉพาะรายบุคคลได้หลากหลาย ตามความเหมาะสมของคนไข้แต่ละเคสที่ไม่เหมือนกัน
  • ดูแลผิวพรรณได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เกิดแผลตกสะเก็ด
  • ใช้เวลาการรักษาที่สั้น ทำได้ง่ายแต่ให้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว
  • สามารถทำซ้ำได้บ่อยทุก ๆ 4 – 6 สัปดาห์
  • เห็นผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับรายบุคคล)
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6 – 12 เดือน
  • ไม่มีมีแผลตกสะเก็ด ไม่มีรอยเขียวช้ำ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น

ข้อควรระวัง

  • ไม่สามารถรักษากับคนไข้ที่ใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ
  • ไม่ควรใช้กับผู้ที่เคยรักษาด้วยไหมทองคำ
  • อาจจะมีรอยแดงเล็กน้อย และจะหายไปได้เองภายใน 3 – 4 ชั่วโมงหลังทำ

ข้อปฏิบัติก่อนเข้ารับบริการ

ก่อนเข้ารับบริการโปรแกรม Potenza มีข้อควรทราบและควรปฏิบัติก่อนทำเพื่อช่วยให้เกิดการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ผลลัพธ์ออกมาดี และปลอดภัย เราไปเตรียมตัวพร้อมทำสวยกันเลยค่ะ

  • ดื่มน้ำมาก ๆ เนื่องด้วยน้ำเป็นสื่อกลางที่จะช่วยให้การเดินทางของคลื่นพลังงานทำได้ดีขึ้น หากร่างกายขาดน้ำหรือในผิวมีน้ำไม่เพียงพอ มีโอกาสที่ประสิทธิภาพการรักษาอาจจะลดลงได้ค่ะ จึงควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพออย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนเข้ารับการรักษาภายใน 24 ชั่วโมง ควรงดเว้นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะในเครื่องดื่มเหล่านี้ส่งผลกระทบให้ผิวแห้ง ขาดน้ำได้ค่ะ ซึ่งเสี่ยงที่จะลดทอนประสิทธิภาพการรักษาลงไปได้ค่ะ
  • งดทรีตเม้นท์ที่ทำร้ายผิว ก่อนเข้ารับบริการภายใน 7 วัน ควรงดกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้ผิวเกิดการอักเสบ ระคายเคือง เกิดผื่นคัน หรือเกิดผิวเปราะบางได้ เช่น การทำสครับผิว ผลัดเซลล์ผิว หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์เป็นกรด เป็นต้น ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่มีความอ่อนโยนต่อผิวมากที่สุด นอกจากจะช่วยให้ไม่ลดประสิทธิภาพการรักษาแล้ว ยังช่วยให้ผิวแข็งแรงไม่ถูกทำร้ายได้อีกด้วย

ขั้นตอนการทำหัตถการ

เมื่อเข้ามารับบริการกับ Doctor Mek Clinic จะได้รับการวิเคราะห์และให้คำปรึกษาโดยทางคุณหมอเมฆและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกครั้ง เพื่อสอบถามความต้องการของคนไข้ รวมถึงประเมินปัญหาจากผิวจริง และเลือกออกแบบวิธีการที่เหมาะสมกับแต่ละรายบุคคลมากที่สุด จึงจะเข้าสู่กระบวนการรักษาค่ะ

  • ถอดเครื่องประดับและโลหะต่าง ๆ ที่ติดอยู่กับตัวออกก่อนทุกครั้ง
  • ทำความสะอาดผิวบริเวณที่ต้องการรักษาเพื่อจัดการสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกจากผิวเสียก่อน เพื่อให้เกิดความสะอาดมากที่สุด
  • ทายาชาทิ้งไว้ 30 – 40 นาที
  • แพทย์เลือกปรับแต่ง ตั้งค่าเครื่องตามความเหมาะสมและเริ่มดำเนินการรักษา
  • เช็ดทำความสะอาดผิวอีกครั้งหลังการรักษา

ข้อปฏิบัติและการดูแลตัวเองหลังทำ

ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยหัตถการแบบใดก็ตาม การดูแลตัวเองของคนไข้หลังการรักษาก็เป็นอีกสิ่งสำคัญมาก ๆ ที่จะช่วยให้ไม่เกิดผลเสียตามมา เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย

  • งดขัดผิว หลีกเลี่ยงการขัด ลอก หรือสครับผิว เพราะจะทำให้ผิวเกิดการอักเสบ เกิดแผลขึ้นได้ค่ะ
  • ดูแลผิวอย่างอ่อนโยน ควรทำความสะอาดผิวด้วยน้ำสะอาด หรือเช็ดด้วยน้ำเกลือ รวมถึงหากต้องการทาครีมบำรุงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมที่มีฤทธิ์เป็นกรด หรือส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ต่าง ๆ ที่จะทำให้ผิวระคายเคือง ภายใน 12 – 24 ชั่วโมงหลังการรักษา หรือเน้นใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวก็สามารถทำได้ค่ะ
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด หลังการรักษาควรหลีกเลี่ยงแสงแดดให้ได้มากที่สุด และควรใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์ ภายหลังการรักษาในช่วงแรกควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะมีส่วนทำให้ผิวแห้ง ขาดน้ำ และสามารถทำให้ประสิทธิภาพการฟื้นฟู ซ่อมแซมผิวลดลงได้ค่ะ
  • งดกิจกรรมที่ทำให้เสียเหงื่อมาก ภายใน 24 ชั่วโมงหลังทำการรักษา ควรงดกิจกรรมหรือการออกกำลังกายหนักที่ทำให้ร่างกายเสียเหงื่อมาก ๆ เช่น ซาวน่า คาร์ดิโอ หรือการออกกำลังกายหนัก ๆ เป็นต้น เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ ช่วยให้ร่างกายได้ฟื้นฟู ซ่อมแซมผิวได้เต็มที่

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังทำ

ผิวอาจเกิดรอยแดงขึ้นได้บ้างในบริเวณที่ทำการรักษา โดยจะหายไปได้เองภายใน 3 – 4 ชั่วโมงหลังทำ

คำถามที่พบบ่อย

นอกจากข้อมูลเบื้องต้นนี้แล้ว คงมีหลายคำถามที่ยังสงสัยอยู่ใช่ไหมคะ ดังนั้นเราได้รวบรวมคำถามยอดฮิตที่ถูกถามกันเข้ามาเยอะมากเอาไว้ในบทความนี้ ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะว่ามีคำถามอะไรบ้างที่จะช่วยตอบข้อสงสัยของเราได้

เมื่อเข้ารับบริการนี้แล้วจะทำหัตถการอย่างอื่นได้ไหม

ทำได้บางอย่างค่ะ อาจจะให้งดเว้นพวกฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ไปก่อนประมาณ 3 – 5 วัน เพราะบริการนี้จะเป็นการส่งคลื่นพลังงานเข้าไปใต้ชั้นและมีการเกิดความร้อนขึ้น แต่เป็นความร้อนที่ไม่ทำร้ายผิว มีประโยชน์ในการกระตุ้นคอลลาเจนกับอีลาสติน สามารถที่จะเข้ามาปรึกษาขอคำแนะนำกับคุณหมอก่อนทำหัตถการได้ค่ะ

ตอนทำเจ็บไหม

บอกเลยว่าไม่เจ็บค่ะ หรือในบางรายอาจจะแค่รู้สึกอุ่น ๆ นิดหน่อย ขึ้นอยู่กับความไวของการรับความรู้สึกของแต่ละรายบุคคล โดยก่อนทำจะมีการทายาชาทุกครั้งเพื่อความรู้สึกสบายของคนไข้ จึงไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ

ทำแล้วกี่วันถึงจะแต่งหน้าได้

หลังทำ 12 – 24 ชั่วโมง ก็สามารถกลับไปแต่งหน้าและใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่อาจจะมีรอยแดงบ้างเล็กน้อยภายหลังการรักษา ซึ่งจะหายไปได้เองภายใน 3 – 4 ชั่วโมงหลังทำค่ะ

หลังการรักษากี่วันถึงจะเข้าที่

การรักษาด้วยวิธีการนี้ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น จึงทำให้สามารถเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้เรื่อย ๆ อย่างชัดเจนภายใน 4 – 6 สัปดาห์ ซึ่งผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคล รวมถึงสภาพของปัญหาที่ไม่เหมือนกันด้วยค่ะ

เมื่อทำแล้วควรหลีกเลี่ยงการกินอะไรบ้าง

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือ พวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะมีผลทำให้ผิวแห้ง ขาดน้ำ รวมไปถึงอาจจะงดเว้นพวกอาหารหมักดองไปซัก 3 – 5 วัน เพื่อไม่ให้เพิ่มโอกาสเกิดการอักเสบค่ะ

เคยทำฟิลเลอร์มาแล้วจะเข้ารับบริการนี้ได้ไหม

สามารถทำได้ค่ะ แต่จะต้องเข้ามารับคำปรึกษากับคุณหมอ เพื่อที่จะได้ทำการประเมินเป็นรายบุคคลไป เพื่อออกแบบวิธีการรักษาที่เหมาะกับคนไข้แต่ละรายมากที่สุดค่ะ

ทำศัลยกรรมมาจะสามารถเข้ารับบริการได้หรือไม่

ทำได้แน่นอนค่ะ เพราะนวัตกรรมนี้คือการช่วยยกกระชับ ฟื้นฟู ซ่อมแซมผิว เปรียบเสมือนเป็นวิธีการดูแลผิวพรรณจากภายใน แต่หากเป็นศัลยกรรมที่เป็นการยัดวัสดุต่าง ๆ เข้าไป จำเป็นมากที่จะต้องเข้ามารับคำปรึกษาจากคุณหมอเพื่อวิเคราะห์ ประเมินปัญหา เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้ และปลอดภัยมากที่สุด หากเป็นวัสดุที่ไม่มีผลกระทบกับระบบพลังงานคลื่นวิทยุและความร้อนที่ส่งลงไปใต้ชั้นผิวก็สามารถทำได้หายห่วงค่ะ

หากเลือกทำที่หน้าแล้วจะสามารถทำจุดอื่นด้วยได้ไหม

ทำได้ค่ะ เพราะว่าหัวทิป 1 หัว สามารถยิงได้ถึง 1,000 shots จึงสามารถทำบริเวณหน้าแล้วนำไปทำจุดอื่นได้อีก เช่น ลำคอ หรือหลังมือ เป็นต้น เพราะในแต่ละเคสมีความหนัก-เบาของปัญหาไม่เท่ากัน แต่ละจุดจึงใช้จำนวน shot ไม่เท่ากันตามไปด้วย โดยคุณหมอจะวิเคราะห์และให้คำแนะนำไว้ตั้งแต่ก่อนทำค่ะ

หากทำอัลเทอร่าหรือเทอร์มาร์จแล้วจะทำหัตถการนี้ได้ไหม

ในส่วนของอัลเทอร่าและเทอร์มาจเป็นการส่งคลื่นพลังงานเข้าสู่ใต้ชั้นผิว เพื่อไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ดังนั้นการทำ Potenza หลังจากที่เคยทำหัตถการดังกล่าวมาแล้ว สามารถทำได้ค่ะ เพราะเป็นการใช้คลื่นพลังงานส่งตรงเข้าสู่ใต้ชั้นผิวเช่นเดียวกัน เพิ่มเติมคือสามารถผลักตัวยาเข้าไปพร้อมกันในขั้นตอนเดียวได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ดีต้องให้คุณหมอเป็นผู้วิเคราะห์และประเมินวิธีการรักษาให้นะคะ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัย

สามารถทำร่วมกับคอร์สรักษาสิวได้หรือไม่

ทำได้ค่ะ จะยิ่งช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีมากขึ้นไปอีก เพราะคอร์สรักษาสิวก็มีหลายวิธีการรักษา ขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้แต่ละเคสที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นขั้นตอนต่าง ๆ คุณหมอจะเป็นคนประเมิน และออกแบบวิธีการรักษาให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละรายมากที่สุด

Potenza (โพเทนซ่า) จึงเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เรียกได้ว่าทั้งช่วยดูแลฟื้นฟู กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน จึงช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของริ้วรอย ความหย่อนคล้อย ปัญหาสิว ทั้งยังมีโหมดการรักษาที่ช่วยยกกระชับผิวไปพร้อม ๆ กับการผลักตัวยาสูตรเฉพาะของ Doctor Mek Clinic เข้าไปใต้ชั้นผิวในขั้นตอนเดียว โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่มีแผลตกสะเก็ด หลังทำผิวหน้าจึงดูยกขึ้น ผิวแน่น กระชับ แลดูอ่อนเยาว์ สวยครบจบในเครื่องเดียว ทักเข้ามาสอบถามรายละเอียดหรือปรึกษาปัญหาผิวพรรณกับคุณหมอเมฆและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้เลยนะคะ

หากมีปัญหาหรือข้อสงสัยใด ๆ ในเรื่องคลินิกเสริมความงาม สามารถติดต่อกับทางคลินิก Doctor Mek ได้โดยแอด Line หรือส่งคำถามมาได้ที่ Facebook Messenger จากปุ่มด้านล่างนี้ค่ะ