Filler-ใต้ตา

สำหรับผู้มีปัญหารอบดวงตา ฟิลเลอร์ใต้ตา คือ วิธีที่ช่วยให้ใต้ตาดูอ่อนเยาว์ โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ หัตถการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยแก้ไขปัญหาใต้ตาที่แก้ยาก และยังสามารถเคลียร์จบครอบคลุมปัญหาที่ทำให้ดวงตาดูโทรม แก่ก่อนวัย ฟื้นฟูใต้ตาให้สุขภาพดีขึ้นแบบไม่ยาก ซึ่งไม่แปลกใจเลยว่าทำไมการฉีด filler ใต้ตาจึงกลายมาเป็นเทรนด์ความงามที่ใคร ๆ ก็หลงรักและบอกต่อมากเป็นอันดับต้น ๆ ของวงการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ วันนี้ใครที่สนใจอยากฉีด ต้องไม่พลาด! สาระและข้อมูลทุกอย่างก่อนฉีด ว่าหัตถการนี้ช่วยแก้เรื่องอะไร ปัญหาแบบไหนที่เหมาะ แบบไหนที่ไม่เหมาะ ฉีดที่ไหนดีให้ผลลัพธ์ออกมาสวยแบบปลอดภัย ต้องเตรียมงบประมาณเท่าไหร่ ราคาแพงไหม ต้องใช้กี่ cc แล้วถ้าเทียบกับหัตถการอื่น ๆ แล้วเลือกแบบไหนดี ถ้าพร้อมแล้วเรามาไขทุกข้อสงสัยในบทความนี้กันได้เลยค่ะ

เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน

ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร

ฟิลเลอร์ใต้ตา คือ การฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid หรือ HA ไปยังบริเวณใต้ตา เพื่อเติมเต็มและแก้ไขปัญหาใต้ตาต่าง ๆ อาทิ ร่องลึกใต้ตา, ใต้ตาดำคล้ำ, มีถุงใต้ตา ให้กลับมาเรียบเนียน ใต้ตากระจ่างใส ทำให้ดวงตาดูอ่อนวัยได้อีกครั้ง โดยไม่ทำให้เกิดแผล ไม่ต้องผ่าตัด หลังฉีดสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรก ทำเสร็จสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยไม่ต้องพักฟื้นแต่อย่างใด เพียงแต่จะต้องมีการดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์และช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำอยู่ได้นาน ฟิลเลอร์ไม่สลายตัวเร็ว

ทั้งนี้ หัตถการนี้เป็นการรักษาและฟื้นฟูผิวใต้ตาที่ปลอดภัย เพราะสารเติมเต็มประเภท HA หรือฟิลเลอร์ของแท้จะถูกผลิตจากธรรมชาติเพื่อเลียนแบบสาร HA ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายคนเรา ผ่านกระบวนการผลิตแบบพิเศษที่ได้มาตรฐาน จนได้สารเติมเต็มที่มีความบริสุทธิ์และเข้ากับร่างกายได้ดี โดยเมื่อเวลาผ่านไปจะสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ไม่เหลือสารตกค้าง ช่วยให้ผิวใต้ตากลับมาสดใส ใบหน้าดูเด็กลงค่ะ นอกจากนี้ หากกรณีที่อยากแก้ฟิลเลอร์หรืออยากเอาฟิลเลอร์ที่ฉีดไปแล้วออก ก็สามารถใช้วิธีการฉีดสลายด้วย Hyaluronidase ได้ แต่ทั้งนี้การใช้วิธีฉีดสลายจะได้ผลกับฟิลเลอร์ของแท้เท่านั้น โดยหากเคยฉีดสารเติมเต็มที่ไม่ใช่ฟิลเลอร์หรือฟิลเลอร์ปลอมจะไม่สามารถใช้วิธีการฉีดสลายได้ค่ะ ดังนั้น ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาควรพิจารณาเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงเลือกฉีดกับคลินิกหรือสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ใช้แต่ฟิลเลอร์แท้เท่านั้นค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยแก้ไขปัญหาใดได้บ้าง

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ทำให้ดวงตาดูแก่ โทรม และดูเหนื่อยล้า ให้กลับมาสดใสดูอ่อนวัย ผิวใต้ตากลับมาเต่งตึง เรียบเนียน และยังช่วยแก้ไขปรับสีผิวใต้ตาให้กระจ่างใสมากอีกด้วย ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์สามารถแก้ไขปัญหาใต้ตาได้อย่างครอบคลุม ดังนี้ค่ะ

  • ช่วยทำให้ริ้วรอย รอยพับใต้ตาตื้นขึ้น ผิวใต้ตาเรียบเนียนเต่งตึง
  • แก้ไขปัญหาใต้ตาดำ หมองคล้ำ ปรับสีผิวให้กลับมากระจ่างใส ทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น
  • แก้ไขปัญหาเบ้าตาลึก รอบดวงตาดูโบ๋ มีร่องใต้ตา ซึ่งเกิดจากการทรุดตัวของกระดูกบริเวณใต้ตา
  • แก้ไขปัญหาถุงใต้ตารวมถึงรอยเหี่ยวย่นที่หางตา ให้กลับมาเรียบเนียน ดูอ่อนวัย

ปัญหาใต้ตาเกิดจากอะไร

จากปัญหาใต้ตาต่าง ๆ ที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุ ไม่สดใส ดูโทรมและเหนื่อยล้า มีสาเหตุได้จากหลายปัจจัยค่ะ ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก เดี๋ยวเราลองมาสำรวจกันก่อนค่ะว่า ปัญหาใต้ตาแต่ละอย่างนั้น เกิดมากจากสาเหตุอะไรได้บ้างค่ะ

  • ริ้วรอย รอยพับใต้ตา เกิดจากอายุที่มากขึ้น ส่งผลให้คอลลาเจนที่มีอยู่ในชั้นผิวลดลง และกระดูกใต้ตายุบตัว ส่งผลให้ผิวใต้ตาขาดความกระชับ หย่อนคล้อย จึงเกิดริ้วรอย นอกจากนี้ อาจมีสาเหตุมาจากผิวใต้ตาขาดการบำรุง รวมถึงการชอบขยี้ตาเป็นประจำอีกด้วย
  • ใต้ตาดำหมองคล้ำ เกิดจากภาวะของโรคภูมิแพ้ ส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี และเลือดไม่สามารถไหลไปเลี้ยงส่วนอื่น ๆ ของใบหน้าได้ จึงส่งผลให้เลือดคั่งและทำให้ใต้ตาดำคล้ำได้ นอกจากนี้ ยังเกิดได้จากการพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนน้อย รวมถึงอาจเกิดได้จากกรรมพันธุ์
  • เบ้าตาลึก รอบดวงตาดูโบ๋ ร่องใต้ตา เกิดจากกรรมพันธุ์ที่มีโครงสร้างของกะโหลกเบ้าตาลึก รวมถึงอาจเกิดได้จากอายุที่มากขึ้น ทำให้ไขมันเริ่มฝ่อตัวลง ส่งผลให้เบ้าตาลึก มีร่องใต้ตา
  • ถุงใต้ตา เกิดจากอายุที่มากขึ้น ทำให้ถุงใต้ตาหย่อนคล้อย ผิวหนังใต้ตาเสื่อมสภาพ จึงทำให้ไขมันเคลื่อนตัวต่ำ ส่งผลให้เห็นถุงใต้ตาที่ชัด หรืออาจเกิดจากกระดูกเบ้าตามีการเจริญเติบโตได้ไม่ดี

ใครที่เหมาะในการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  • คนที่มีปัญหาใต้ตาดำคล้ำ ขอบตาดำ ทำให้ใบหน้าดูโทรม เหนื่อยล้า
  • คนที่มีปัญหาริ้วรอย มีรอบพับบริเวณใต้ตา ทำให้หน้าดูแก่ก่อนวัย
  • คนที่มีปัญหาเบ้าตาลึก ตาโบ๋ มีร่องใต้ตาลึก ที่ไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีอื่นได้
  • คนที่มีปัญหาถุงใต้ตาที่เกิดจากการหย่อนตัวจากกระดูกใต้ตาทรุด ไขมันบางลง จากอายุที่มากขึ้น
  • คนที่เคยใช้วิธีอื่นแก้ปัญหาใต้ตามาแล้ว แต่ยังไม่เห็นผล
  • คนที่ไม่ต้องการใช้วิธีการผ่าตัด ไม่อยากพักฟื้น และอยากให้เห็นผลลัพธ์ที่เร็ว

ปัญหาใต้ตาแบบใดที่ไม่เหมาะในการฉีด

แม้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะสามารถแก้ไขปัญหาใต้ตาที่ทำให้ใบหน้าไม่สดใส หน้าโทรม หน้าแก่ก่อนวัย ได้อย่างครอบคลุม และยังเป็นเป็นบริการยอดฮิตที่ให้ผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรก ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น แต่ทั้งนี้ อาจจะไม่เหมาะกับทุกคนค่ะ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะหรือโรคบางอย่าง ดังนี้

  • ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตรอยู่
  • ผู้ที่กำลังมีภาวะการติดเชื้อหรือโรคติดต่อบริเวณดวงตาหรือรอบดวงตา (แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน)
  • ผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาขนาดใหญ่ มีไขมันอยู่มาก ทำให้ถุงใต้ตาปูด (ทั้งนี้หากไม่แน่ใจ แนะนำให้ปรึกษาและเข้ารับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ)
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดหยุดยาก มีแผลฟกช้ำง่าย (แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน)
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ที่ยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้, โรคในกลุ่มแพ้ภูมิตัวเอง หรือผู้ที่กำลังรับประทานยากดภูมิอยู่ (แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน)

Before & After ของหัตถการ filler ใต้ตา

ภาพก่อนการฉีด จะเห็นได้อย่างชัดเจนถึงความหมองคล่ำและร่องลึกในบริเวณใต้ตา ทำให้ใบหน้าของคนไข้แลดูโทรม ไม่สดใส แต่เมื่อเปรียบเทียบกับภาพหลังฉีด filler ใต้ตา บริเวณร่องใต้ตากลับแลดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ใบหน้ากลับมาดูสดใส และมีความอ่อนเยาว์ขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา รีวิวจากคนไข้จริง

ภาพส่วนหนึ่งของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา รีวิวจากคนไข้จริงที่เข้ารับบริการกับทางคลินิก โดยเสียงส่วนใหญ่ต่างตอบรับในผลลัพธ์หลังทำกันเป็นอย่างดี ว่าปัญหาใต้ตาที่เคยหมองคล้ำ เป็นร่องลึก กลับแลดูจางและตื้นขึ้น ทำให้ใบหน้าของคนไข้แลดูอ่อนเยาว์

ข้อควรพิจารณาในการเลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี

เนื่องจากบริเวณใต้ตามีเส้นเลือดและเส้นประสาทอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงผิวหนังใต้ตายังเป็นบริเวณที่บอบบางมาก ๆ หากพลาดไป นอกจากจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาใต้ตาได้แล้ว ยังอาจนำมาสู่ผลข้างเคียงอันตรายที่ไม่พึงประสงค์ได้ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี จึงต้องพิจารณจากปัจจัยในเรื่องความเชี่ยวชาญของแพทย์ สถานพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน และต้องใช้ฟิลเลอร์ของแท้เท่านั้น รวมถึงเลือกดูรีวิวก่อนตัดสินใจ จึงจะทำให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจและมีความปลอดภัยควบคู่กันค่ะ

  • ฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งมีทักษะในการวิเคราะห์ปัญหาและโครงหน้า พร้อมประเมินสภาพผิวใต้ตาของคนไข้ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่มีขนาดโมเลกุลที่เหมาะสมกับปัญหาของคนไข้ และยังต้องมีความรู้ในการฉีดฟิลเลอร์ที่ถูกชั้นถูกตำแหน่ง ซึ่งต้องมีความแม่นยำสูง โดยต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ควบคู่กันไป เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสวยลงตัวเหมาะกับคนไข้แบบรายบุคคล
  • ฉีดกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน น่าเชื่อถือ ที่ได้รับรองอย่างถูกต้องจากกระทรวงสาธารณสุข และได้รับใบอนุญาตเลขขึ้นทะเบียน 11 หลัก ซึ่งจะต้องแสดงอย่างชัดเจนบริเวณด้านหน้าคลินิกหรือสถานพยาบาล รวมถึงมีที่อยู่ของสถานประกอบการอย่างชัดเจนถูกต้องตามกฎหมาย
  • ฉีดฟิลเลอร์ของแท้เท่านั้น จึงจะทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีและมีความปลอดภัย ไม่มีสิ่งตกค้างที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งทางคลินิกหรือสถานพยาบาลจะต้องอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์ของแท้ที่เลือกใช้อย่างละเอียด รวมถึงมีการแกะกล่องและดึงตัวยาจากผลิตภัณฑ์ให้ดูต่อหน้า ซึ่งหลังจากฉีดฟิลเลอร์เรียบร้อยแล้ว จะใช้กล่องผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์กับคนไข้นำกลับบ้านและตรวจสอบได้
  • ดูรีวิวประกอบการตัดสินใจ การดูรีวิวจากคนไข้จริงที่เข้ารับบริการ ถือว่าเป็นอีกปัจจัยสำคัญเพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ ซึ่งรีวิวที่ดีมีคุณภาพจะต้องมีทั้งในรูปแบบของภาพนิ่งก่อนและหลังทำ, วิดีโอ และการไลฟ์สดตามช่องทางโซเชียลต่าง ๆ เพื่อให้เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงผลงานและการันตีถึงความเป็นมืออาชีพของแพทย์ที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ได้เป็นอย่างดี

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

หลังจากที่คนไข้เข้ารับคำปรึกษา ตรวจวิเคราะห์และประเมินการรักษา รวมถึงคนไข้ได้ตัดสินใจเข้ารับบริการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้ว คนไข้สามารถตกลงฉีดฟิลเลอร์ได้ในวันเดียวกัน หรือทำการนัดหมายแพทย์เพื่อทำการรักษาภายหลัง ซึ่งหลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนของการฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณใต้ตา ดังนี้

  • แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์กับคนไข้ ในระหว่างนี้หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามกับแพทย์ได้ค่ะ
  • ทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาดก่อนทำการฉีดบริเวณใต้ตา
  • จากนั้น แพทย์ทำการกำหนดตำแหน่งและแปะยาชาบริเวณที่จะทำการฉีด
  • เมื่อยาชาออกฤทธิ์ แพทย์จึงทำการฉีดฟิลเลอร์บริเวณที่ได้ทำการวางแผนและกำหนดตำแหน่งไว้
  • ใช้เวลาฉีดเพียงไม่นาน หลังจากนั้นแพทย์อธิบายวิธีการดูแลตัวเองกับคนไข้ และคนไข้สามารถกลับบ้านไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

การเตรียมตัวก่อนฉีด

  • 2 สัปดาห์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรงดรับประทานยาและวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน, ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs, ยาละลายลิ่มเลือด, วิตามินซี วิตามินอี, น้ำมันตับปลา เป็นต้น
  • หากมีโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยาชา หรือกำลังรับประทานยารักษาโรคชนิดใดอยู่ ควรแจ้งกับแพทย์ก่อนฉีด
  • 1-3 วันก่อนฉีดฟิลเลอร์ งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ เนื่องจากอาจมีผลทำให้เกิดรอยช้ำได้ง่าย
  • ในวันที่เข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ที่ตำแหน่งใต้ตา ควรงดแต่งหน้าโดยเฉพาะบริเวณใต้ตาและรอบดวงตา
  • ดื่มน้ำเยอะ ๆ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนการฉีด

การดูแลหลังฉีด

  • ในช่วง 2-3 วันแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อาจมีผิวแดงและบวมได้ ทั้งนี้เป็นอาการปกติที่พบได้และจะหายไปได้เอง โดยคนไข้สามารถใช้วิธีการประคบเย็นได้
    ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ วันละ 2-3 ลิตร เพื่อช่วยทำให้สารเติมเต็มที่ฉีดเข้าไปอุ้มน้ำได้ดีขึ้น ซึ่งจะส่งเสริมผลลัพธ์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • ห้ามนวด สัมผัส การกดถูแรง ๆ และการขยี้ตาบริเวณที่ทำการฉีด filler ใต้ตาเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการอยู่หรือทำกิจกรรมในที่ที่มีอากาศร้อน เช่น การซาวน่าหรือการเล่นกีฬากลางแจ้ง รวมถึงงดการโดนแสงแดดจัด และการอยู่หน้าเตาปิ้งย่าง
  • งดการทำเลเซอร์หรือการทำหัตถการอื่น ๆ เป็นเวลา 4 สัปดาห์ (หรือตามที่แพทย์แนะนำ)
  • งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่อย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังฉีด
  • งดการทานอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ อาหารไม่สุก อาหารรสจัด อาหารหมักดอง เพราะอาจมีสิ่งแปลกปลอมหรือสิ่งสกปรกเจือปน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อได้

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  • แก้ไขปัญหาใต้ตาได้อย่างครอบคลุมและเห็นผลชัดเจน
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีแผลเป็น ใช้เวลาทำเพียงไม่นาน ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก
  • เห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ
  • เป็นวิธีที่ปลอดภัยและฟิลเลอร์แท้ได้รับรองอย่างถูกต้องจากอย.
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18-24 เดือน* (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เลือกใช้และการดูแลตัวเองของคนไข้แต่ละบุคคล)
  • เมื่อเวลาผ่านไป ฟิลเลอร์แท้ที่ฉีดเข้าไปจะสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ไม่เหลือสิ่งตกค้าง

ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ผลข้างเคียง อาจพบอาการบวมช้ำ เป็นรอยแดง ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากรอยเข็มและฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป ยังไม่เข้าที่เท่าที่ควร ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถพบได้เป็นปกติ ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด และอาการจะหายไปได้เองตามธรรมชาติ ยุบบวมหายสนิทใน 1-2 สัปดาห์ ส่วนอาการจะหายเร็วหรือช้านั้น ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของคนไข้แต่ละราย โดยในระหว่างนี้ คนไข้สามารถใช้วิธีการประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการดังกล่าว รวมถึงควรดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้อาการหายเป็นปกติได้เร็วขึ้น ช่วยป้องกันการอักเสบและอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาในภายหลังฉีดค่ะ

ฟิลเลอร์ใต้ตากับดอลลี่อาย เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

หลายคนคงมีความเข้าใจว่าการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากับดอลลี่อาย เป็นหัตถการที่เหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว การฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตานั้น เป็นการฉีดสารเติมเต็ม HA แก้ไขปัญหาใต้ตาต่าง ๆ เช่น ริ้วรอยใต้ตา ร่องใต้ตาลึก เบ้าตาลึก ใต้ตาดำคล้ำ และถุงใต้ตา ช่วยปรับให้ผิวใต้ตากลับมาเรียบเนียน เต่งตึง และดูอ่อนวัย ในขณะที่การฉีดดอลลี่อายนั้น เป็นการฉีดสารเติมเต็ม HA ไปยังบริเวณขอบตาล่างซึ่งชิดกับแนวของขนตา เพื่อช่วยให้ขอบตาล่างหนาขึ้น ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ช่วยให้ใบหน้าดูเด็กลงได้เช่นเดียวกันค่ะ โดยทั้ง 2 หัตถการนี้เหมือนกันตรงที่ใช้สารเติมเต็ม HA เหมือนกัน แต่แตกต่างกันตรงที่จุดประสงค์ในการฉีดนั่นเองค่ะ แต่ทั้งนี้ คนไข้สามารถเลือกทำทั้งการฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณใต้ตาเพื่อแก้ไขปัญหาใต้ตาต่าง ๆ ร่วมกับการฉีดดอลลี่อายเพื่อเพิ่มความน่ารักสดใสได้

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดีที่สุด

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดี โดยสามารถเลือกใช้สารเติมเต็มฟิลเลอร์ได้หลายยี่ห้อ โดยแต่ละแบรนด์ต่างก็มีคุณสมบัติที่สามารถแก้ไขปัญหาใต้ตาได้อย่างดีเยี่ยม แต่อาจมีข้อแตกต่างที่ระยะเวลาของผลลัพธ์ที่ได้ รวมถึงราคา ซึ่งฟิลเลอร์ฝั่งอเมริกาอาจมีราคาที่สูงกว่าฟิลเลอร์เกาหลี ทั้งนี้ แนะนำให้พิจารณาจากความพึงพอใจของคนไข้หรือสามารถปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจได้ค่ะ ซึ่งที่ Doctor Mek Clinic เราได้นำเข้าผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ระดับโลกที่ได้รับรองคุณภาพและความปลอดภัยจาก อย. ไทยและต่างประเทศมาใช้ โดยยี่ห้อฟิลเลอร์ที่แนะนำจะมีหลัก ๆ ได้แก่

  • Restylane เป็นฟิลเลอร์สวีเดนที่เป็นแบรนด์แรกของโลก ซึ่งนิยมใช้อย่างแพร่หลายมาอย่างยาวนาน โดยรุ่นที่นำมาฉีดใต้ตา ได้แก่ Restylane Classic, Restylane Vital, Restylane Vital Light และ Restylane Defyne ให้ผลลัพธ์ยาวนานประมาณ 6-18 เดือน* (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับรุ่นและผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
  • Juvederm เป็นฟิลเลอร์จากสหรัฐอเมริกาที่คนไทยและคนทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยจุดเด่นของยี่ห้อนี้คือ ผลลัพธ์ที่ยาวนาน สลายตัวช้า เนื้อเจลมีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งรุ่นที่นิยมนำมาฉีดใต้ตา ได้แก่ รุ่น Volite, Voluma, Volift และ Volbella โดยให้ผลลัพธ์ยาวนาน 8-15 เดือน* (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับรุ่นและผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
  • Neuramis เป็นฟิลเลอร์เกาหลีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยรุ่นที่นำมาแก้ไขปัญหาใต้ตา คือ รุ่น Deep ที่ไม่มีส่วนผสมของยาชา และรุ่น Deep Lidocaine เป็นรุ่นที่มียาชาผสมอยู่ด้วย ซึ่งให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้ยาวนาน 6-12 เดือน* (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับรุ่นและผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
  • Belotero เป็นฟิลเลอร์สวิตเซอร์แลนด์ที่มาพร้อมแพคเกจสีสันสดใส แตกต่างกันในแต่ละรุ่นผลิตภัณฑ์ และยังมีรุ่นสุดฮิตที่สามารถแก้ปัญหาใต้ตา ได้แก่ รุ่น Soft, Balance และ Volume โดยให้ผลลัพธ์ได้นานประมาณ 6-18 เดือน* (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับรุ่นและผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
  • Revolax เป็นฟิลเลอร์ตัวดังและเป็นน้องใหม่ที่จะมาเขย่าวงการฟิลเลอร์ในบ้านเรา ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำหน้า ทำให้ได้ฟิลเลอร์บริสุทธิ์ ซึ่งรุ่นที่นิยมนำมาฉีดบริเวณใต้ตาได้แก่ รุ่น Fine เป็นเนื้อเจลรุ่นที่บางเบาที่สุด จึงเหมาะกับการนำมาใช้แก้ปัญหาใต้ตาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ให้ผลลัพธ์นาน 9-12 เดือน* (ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาราคาเท่าไหร่

สำหรับที่ Doctor Mek Clinic หัตถการฟิลเลอร์ใต้ตา ราคาเริ่มต้นที่ 9,900 บาท* ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ราคาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละราย ขึ้นอยู่กับปริมาณจำนวนฟิลเลอร์ว่าแต่ละรายต้องใช้กี่ cc รวมไปถึงยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้พิจารณาและประเมิน โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยในเรื่องปัญหาผิวใต้ตาและโครงสร้างใบหน้าของคนไข้แบบ Case by Case ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและเข้ารับคำปรึกษาพร้อมประเมินปัญหาผิวใต้ตาได้ก่อนตัดสินใจค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาไม่เป็นอันตรายค่ะ หากได้รับการฉีดโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านการฉีดฟิลเลอร์โดยเฉพาะ ซึ่งต้องอาศัยทักษะการตรวจวิเคราะห์ที่แม่นยำ ใช้เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง กำหนดปริมาณสารเติมเต็ม HA อย่างเหมาะสม รวมถึงต้องฉีดฟิลเลอร์ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นของแท้เท่านั้น ซึ่งจะสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ไม่มีสิ่งตกค้างในร่างกาย โดยหากเกิดในกรณีที่ต้องการแก้ฟิลเลอร์หรือนำฟิลเลอร์ออก ก็สามารถฉีดสลายได้ นอกจากนี้ ต้องเลือกฉีดฟิลเลอร์กับคลินิกหรือสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย สะอาดปลอดเชื้อ จึงจะทำให้ผลลัพธ์หลังฉีดออกมาสวยเป็นธรรมชาติ ไม่เสี่ยงกับผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาต้องใช้กี่ cc

ในการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตานั้น จะใช้ปริมาณสารเติมเต็ม HA ประมาณ 1-2 cc ต่อข้าง หรือบางรายที่แพทย์พิจารณาแล้วว่าปัญหาใต้ตาค่อนข้างเยอะ หรือคนไข้เริ่มมีอายุที่มากขึ้น ปัญหาใต้ตาก็จะมีมากกว่า ซึ่งอาจพิจารณาใช้สารเติมเต็ม HA ประมาณ 2-3 cc ต่อข้าง ทั้งนี้ปริมาณการใช้ฟิลเลอร์นั้นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปัญหาใต้ตาที่มี เช่น ความลึกของร่องใต้ตา ริ้วรอยที่มี และความดำคล้ำของใต้ตา เป็นต้น รวมไปถึงเทคนิคพิเศษอื่น ๆ ที่แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม ซึ่งจะใช้ปริมาณที่ไม่น้อยเกินไป ไม่มากเกินไป เพื่อผลลัพธ์ผิวใต้ตาที่สวยเป็นธรรมชาติ และรับกับรูปหน้าของคนไข้แต่ละรายค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน

หลังการฉีดฟิลเลอร์ที่บริเวณใต้ตาไปแล้ว ผลลัพธ์จะสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 18-24 เดือน* ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ และการดูแลตัวเองของคนไข้แต่ละบุคคล ซึ่งหากอยากให้ผลลัพธ์ที่ได้นั้น คงอยู่กับเราไปได้นาน ๆ ผิวใต้ตาเรียบเนียนดูอ่อนเยาว์ ฉีดแล้วได้ผลที่คุ้มค่า แนะนำให้คนไข้ดูแลตัวเองตามคำแนะนำข้างต้น รวมถึงหลีกเลี่ยงพฤติกรรมและปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวไว หรือทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ ซึ่งจะช่วยให้สารเติมเต็มฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้นนั่นเองค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากี่วันถึงจะเห็นผล

หลังฉีดจะสามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำค่ะ โดยจะสังเกตได้ว่า ร่องลึก ริ้วรอย หรือปัญหาใต้ตาดำคล้ำจะลดลง ใต้ตาดูเต็มขึ้น ถุงใต้ตาลดลง ผิวใต้ตากระจ่างใสขึ้นได้ในทันที โดยจากนี้ 4-5 วัน จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดขึ้น ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปเริ่มเข้าที่ และจะเห็นผลที่ชัดเจนเต็มที่ใน 2-3 สัปดาห์ นั่นเป็นเพราะเนื้อฟิลเลอร์มีการผสานรวมกับเนื้อเยื่อของเราแล้วค่ะ

ข้อแตกต่างระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา กับ ฉีดไขมันใต้ตา

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากับฉีดไขมันใต้ตา ทั้ง 2 หัตถการนี้ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี โดยการฉีดฟิลเลอร์ที่บริเวณใต้ตาและฉีดไขมันใต้ตามีความต่างกันที่วิธีการขั้นตอน ประเภทของสารเติมเต็ม รวมถึงมีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกันไป

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

เป็นการใช้สารเติมเต็มประเภท HA ซึ่งถูกสังเคราะห์ให้เหมือนกับสาร HA ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายคนเรา เพื่อการแก้ไขปัญหาใต้ตาลึก ริ้วรอยใต้ตา ใต้ตาคล้ำ ถุงใต้ตา ให้กลับมาเรียบเนียน กระจ่างใส แลดูอ่อนวัย

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  • เห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลเป็น ไม่ต้องพักฟื้น
  • มีการดูแลตัวเองที่ง่ายกว่า ไม่ยุ่งยาก
  • ปลอดภัย ฟิลเลอร์แท้สามารถสลายได้เอง ไม่ตกค้าง
  • ผลลัพธ์ที่ได้มีความเป็นธรรมชาติ ผิวเรียบเนียน ไม่เป็นคลื่น

ข้อเสีย / ข้อด้อยของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  • ให้ผลลัพธ์ที่ไม่ถาวร ซึ่งผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 18-24 เดือน* ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่ทั้งนี้ คนไข้สามารถกลับมาฉีดฟิลเลอร์ที่บริเวณใต้ตาซ้ำได้ในภายหลัง
  • อาจมีอาการบวมแดงได้ โดยเฉพาะในบางเคสที่มีประวัติผิวบวมช้ำง่าย แต่ทั้งนี้ อาการดังกล่าวจะสามารถหายได้เองในไม่กี่วัน

ฉีดไขมันใต้ตา

เป็นการใช้วิธีการดูดไขมันส่วนเกินจากบริเวณที่คนไข้มีความกังวลเป็นพิเศษออกมา ซึ่งหากเป็นกรณีที่นำมาใช้เพื่อฉีดไขมันใต้ตาอย่างเดียว ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใช้ปริมาณไขมันไม่มากนัก แพทย์อาจพิจารณาเลือกใช้การดูดไขมันแบบแรงมือแพทย์ ด้วยการใช้ไซริ้งค์ดูดไขมันบริเวณที่ต้องการออกมาแทนการใช้เครื่องดูดไขมัน จากนั้นนำไขมันที่ได้มาผ่านกระบวนการปั่นคัดแยกเซลล์ไขมันออกจากสารน้ำต่าง ๆ เพื่อให้ได้ไขมันบริสุทธิ์ และนำมาฉีดไขมันใต้ตา

ข้อดีของการฉีดไขมันใต้ตา

  • ไม่มีสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย เนื่องจากเป็นการใช้เซลล์ไขมันของคนไข้เอง
  • ผลลัพธ์ที่ได้อาจอยู่ได้นานกว่า 1 ปี* ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย คุณภาพของเซลล์ไขมัน และการดูแลตัวเองของคนไข้แต่ละราย

ข้อเสีย / ข้อด้อยของการฉีดไขมันใต้ตา

  • มีขั้นตอนกระบวนการที่มากและยุ่งยากกว่า ใช้เวลานานกว่าการฉีดฟิลเลอร์ที่บริเวณใต้ตา
  • ต้องมีกระบวนการที่ถูกต้อง ปลอดเชื้อ ทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ จึงจะได้เซลล์ไขมันที่มีคุณภาพ เพราะมิเช่นนั้น อาจทำให้ฉีดไขมันแล้วติดไม่ดี ติดไม่เยอะ ติดไม่ทน
  • เจ็บตัวมากกว่า 1 ตำแหน่งและมีแผลจากการดูดไขมัน ซึ่งต้องอาศัยการพักฟื้นและดูแลแผลดูดไขมันเป็นพิเศษ
  • อาจต้องกลับมาทำซ้ำ เนื่องจากไขมันสลายตัวได้เมื่อเวลาผ่านไป และจะต้องมีการเจ็บตัวซ้ำหลายตำแหน่งได้มากกว่าการฉีดฟิลเลอร์
  • การฉีดไขมันไม่สามารถให้ผลลัพธ์ในแง่ของการยกกระชับผิวใต้ตา และอาจเกิดปัญหาผิวไม่เรียบเนียนได้ เนื่องจากไขมันไม่คงรูปเหมือนกับเนื้อเจลฟิลเลอร์

ทั้งนี้ หากจะถามว่าระหว่างการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตากับฉีดไขมันใต้ตาแบบไหนดีกว่ากัน เราควรเลือกวิธีไหน แนะนำให้คนไข้พิจารณาจากข้อมูลข้างต้น และเลือกวิธีการที่เหมาะกับเรามากที่สุดค่ะ เช่น ในกรณีที่คนไข้ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องการพักฟื้น ไม่อยากเปิดแผล คุณหมอก็จะแนะนำให้ใช้วิธีการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาแทน เนื่องจากการฉีดไขมันใต้ตานั้น มีวิธีการหรือขั้นตอนที่เยอะ ต้องเปิดแผลดูดไขมัน หลังทำจะมีอาการบวมช้ำได้มาก และจะต้องมีการพักฟื้น รวมถึงการดูแลตัวเองที่ยุ่งยากกว่าค่ะ

สรุปเหตุผลที่ควรเข้ารับบริการ

ด้วยข้อดีหลายประการของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ทำให้เราไม่ต้องสงสัยเลยค่ะว่า ทำไมบริการนี้ถึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะด้วยการบำรุงผิวทั่วไปหรือการแก้ไขปัญหาใต้ตาด้วยวิธีอื่น ๆ ที่อาจยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้ แต่ในทางกลับกัน หัตถการฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถเคลียร์และจัดการปัญหาใต้ตาต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุม ทำแล้วเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรก ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีรอยแผลเป็น และยังเป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่มีความปลอดภัย หากได้รับการฉีด filler ใต้ตากับแพทย์ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์สูง สำหรับใครที่สนใจนวัตกรรมความงามที่จะมากู้ผิวใต้ตาให้กลับมาสดใส ดูเด็กลงได้อีกครั้ง สามารถเข้ารับคำปรึกษาและรับการประเมินสภาพผิวใต้ตาเบื้องต้น กับอาจารย์แพทย์สอนเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ของประเทศไทยและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Doctor Mek Clinic ได้ก่อนตัดสินใจทำ แบบไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ตำแหน่งอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Filler-ใต้ตา

ใต้ตา

Filler-ปาก

ปาก

คาง

Filler-ร่องแก้ม

ร่องแก้ม

Filler-หน้าผาก

หน้าผาก

Filler-ขมับ

ขมับ

Filler-แก้มตอบ

แก้มตอบ

Filler-กรอบหน้า

กรอบหน้า

Filler-มือ

มือ

Filler-คอ

คอ

Filler-หลุมสิว

หลุมสิว

Filler ดอลลี่อาย

ฉีดดอลลี่อาย

เปลือกตา

Filler แก้มส้ม

แก้มส้ม

ฟิลเลอร์ร่องน้ำหมาก

ร่องน้ำหมาก

ปรับสภาพผิว

Filler น้องชาย

จุดซ่อนเร้นผู้ชาย

Filler-จมูก

จมูก

หากมีปัญหาหรือข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับ Filler สามารถแอด Line หรือส่งคำถามมาได้ที่ Facebook Messenger จากปุ่มด้านล่างนี้ค่ะ

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก นพ.วัชพล ธนมิตรามณี (คุณหมอเมฆ)​
นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการฉีดฟิลเลอร์และหัตถการเสริมความงาม