Filler-ใต้ตา

เชิญพบกับนวัตกรรมในการแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ ใต้ตาลึก เพื่อให้ดูดี ดูเป็นธรรมชาติด้วยบริการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา พร้อมดูแลทุกขั้นตอนโดยหมอเมฆ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อให้ขอบตาของคุณไม่ดูคล้ำ ไม่ดูโทรม เติมเต็มความสดใสอีกครั้งด้วย ฟิลเลอร์ใต้ตา นวัตกรรมความงามที่อาศัยความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยทำให้ดวงตาของคุณกลับมาดูดี สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย ในราคาที่คุ้มค่า

ปัจจุบันปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะโดยธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้นและสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป รวมถึงสภาวะความตึงเครียดที่ต้องเผชิญในแต่ละวัน มีผลโดยตรงที่ทำให้บริเวณดวงตาของเราเกิดอาการเหนื่อยล้าจนเห็นขอบตาชัด ดูโทรม ดูหมองคล้ำ แต่ปัญหานี้สามารถแก้ได้เพียงแค่ใช้สารเติมเต็มที่มีความปลอดภัย เพื่อให้ดวงตาของเราดูสดใส ดูอิ่ม นัยน์ตาชวนมอง สวยได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปกับเครื่องสำอางราคาแพง เพราะการฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มใบหน้าสามารถอยู่ได้นาน หากคุณกำลังมองหาว่าจะใช้บริการกับที่ไหนดี เพียงแค่เลือกใช้บริการภายใต้การดูแลโดยคุณหมอที่เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ และมีความเข้าใจในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อที่มีคุณภาพได้เป็นอย่างดี

เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน

ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร

ฟิลเลอร์ใต้ตา (Under Eye Filler) คือ นวัตกรรมด้านความงามที่ใช้สารเติมเต็มประเภท HA Filler เพื่อให้สารชนิดนี้เข้าไปยังชั้นผิวหนัง จึงสามารถแก้ไขให้กับท่านที่กำลังเผชิญปัญหาเกี่ยวกับใต้ตาหมองคล้ำ ตาลึก ขอบตาดำ มีปัญหาถุงใต้ตา โดยสารชนิดนี้จะเข้าไปเติมเต็มบริเวณช่องว่าง เช่น ร่องรอยและริ้วรอยลึก ความหมองคล้ำที่แสดงอยู่บริเวณถุงใต้ตาเพื่อให้กลับมาเต่งตึง ดูดี พร้อมทั้งยังเป็นการเติมใยคอลลาเจนที่หายไป ส่งผลทำให้บริเวณที่ฉีดกลับมาดูเต่งตึง มีน้ำมีนวล แลดูอ่อนเยาว์

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด

เหตุผลที่ทำให้บริการนี้สามารถช่วยแก้ปัญหาได้ เนื่องจากเป็นสารเติมเต็มที่จะสลายได้เองไปตามธรรมชาติ มีความปลอดภัย นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ใบหน้าของเราชุ่มชื้น ดูเต่งตึงขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของคุณสมบัติสารเติมเต็มที่ช่วยยกกระชับบริเวณที่ได้รับการฉีด ส่งผลทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์และควรได้รับการฉีดโดยแพทย์ผู้ชำนาญ มีความเชี่ยวชาญ เพราะใบหน้าของแต่ละท่านมีลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างกัน รวมถึงจุดที่มีปัญหาใต้ตามีองศาต่างกันซึ่งจะต้องได้รับการประเมินอย่างละเอียดเพื่อการฉีดได้อย่างตรงจุด และการประเมินจำนวนซีซีให้ได้ในปริมาณที่เหมาะสม

Before & After

ภาพก่อนทำการฉีดสารเติมเต็ม ซึ่งจะเห็นได้ว่าในบริเวณใต้ตามีร่องลึก แลดูหมองคล่ำ และหลังทำการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา รีวิวจากคนไข้จริงที่มีความไว้วางใจเลือกใช้บริการกับคลินิกของเรา โดยจะเห็นได้ว่าร่องบริเวณใต้ตาที่เคยมีกลับแลดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ก่อนทำและหลังทำการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ก่อนทำและหลังทำฟิลเลอร์ใต้ตา
ก่อนและหลังการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ก่อนและหลังของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ก่อนและหลังทำการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ก่อนและหลังในการทำฟิลเลอร์ใต้ตา
ภาพก่อนทำและหลังทำการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ภาพก่อนทำและหลังทำฟิลเลอร์ใต้ตา
ภาพก่อนและหลังการทำฟิลเลอร์ใต้ตา
ภาพก่อนและหลังของการทำฟิลเลอร์ใต้ตา
ภาพก่อนและหลังทำการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

รีวิวจากคนไข้

นี้เป็นภาพส่วนหนึ่งของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา รีวิวจากคนไข้จริงที่เลือกใช้บริการกับทางคลินิกของเรา โดยคนไข้ส่วนใหญ่ต่างชื่นชอบและตอบรับเป็นเสียงเดียวกันว่ารอยคล้ำใต้ตาจางลง ทำให้แลดูหน้าเด็กกว่าวัย

รีวิวความประทับใจของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 2 cc. หน้าไม่ดุแล้ว ละมุนหวานขึ้นเยอะ
รีวิวความประทับใจของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา หลังฉีดรอยคล้ำใต้ตาจางลง
รีวิวความประทับใจของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาหลังทำมีคนทักหน้าเด็กลง
รีวิวความประทับใจของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

สาเหตุหลักที่ทำให้มีปัญหาใต้ตาหมองคล้ำ

  1. อายุที่มากขึ้น : เป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่ออายุของเรามากขึ้น โครงสร้างของใบหน้าและผิวหน้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่นกระดูกโครงหน้าจะเกิดการยุบ กล้ามเนื้อลดน้อยลง รวมถึงกระบวนการสร้างใยคอลลาเจนบริเวณผิวหนังจะค่อย ๆ ลดลงตามธรรมชาติจนเกิดเป็นร่องรอยบริเวณใต้ตา ทำให้การดูแลใบหน้าของเราด้วยวิธีการแบบเดิม ๆ เช่น ล้างหน้าหรือการใช้เพียงครีมบำรุงผิวอาจจะไม่เพียงพอ ส่งผลทำให้ใบหน้าของเราดูหย่อนคล้อยแลดูโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในทุกท่านเมื่ออายุเกิน 25 ปีขึ้นไป
  2. ปัญหาจากโรคภูมิแพ้ : สาเหตุของท่านที่เป็นโรคภูมิแพ้หลัก ๆ แล้วจะเกิดจากระบบการไหลเวียนเลือดที่มีปัญหาบริเวณใต้ตา จนส่งผลทำให้เกิดเลือดคั่งในบริเวณดังกล่าว ทำให้เลือดจากใต้ตาไม่สามารถไหลเวียนไปอยู่ส่วนอื่น ๆ ของใบหน้าได้ และเลือดที่เกิดจากการคั่งอยู่ในบริเวณผิวหนังใต้ตาของเราจะทำให้ใต้ตาดำคล้ำ เพราะการไหลเวียนของเลือดจะไหลจากบริเวณตาไปยังจมูกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาการของโรคภูมิแพ้ ถึงแม้ว่าผู้ป่วยจะรักษาโรคภูมิแพ้จนหายดีแล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับใต้ตาก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม
  3. กรรมพันธุ์ (Heredity) : เป็นส่วนสำคัญของสาเหตุตาโหลหรือตาดำเลยก็ว่าได้ เนื่องมาจากลักษณะทางพันธุกรรมจะทำให้โครงหน้าของแต่ละท่านมีความต่างกัน เช่น ในคนที่มีโครงสร้างของกะโหลกที่มีเบ้าตาลึกแบบชาวตะวันตก พอเมื่ออายุมากขึ้นจะทำให้ดูเหมือนเบ้าตาลึกกว่าคนอื่น ๆ นั่นเอง
  4. พักผ่อนน้อย ไม่เพียงพอ : เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่พบได้บ่อย ซึ่งปัญหานี้สามารถแก้ได้ง่าย ๆ ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอโดยการเข้านอนให้เป็นเวลา
  5. รับประทานอาหารที่มีรสเค็ม : เนื่องมาจากการทานรสเค็มหรืออาหารที่มีโซเดียมสูงจะมีผงชูรสเป็นส่วนประกอบสูง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมถุง มันฝรั่งทอดกรอบ และอาหารกระป๋อง รวมถึงอาหารที่ผ่านการใช้เกลือเพื่อการเก็บรักษาอย่างของดอง โดยอาหารเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักของปัญหาใต้ตาได้ เพราะเกลือในอาหารเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการดูดความชื้นจากผิวของเรา และเมื่อผิวสูญเสียความชื้น คอลลาเจนที่เคยมี ก็ถูกทำลายไปด้วยเช่นกัน

บริการนี้เหมาะกับใครบ้าง

  1. เหมาะกับท่านที่มีปัญหาเบ้าตาลึก ใต้ตาดูคล้ำ ทำให้หน้าดูมีอายุมากกว่าวัย
  2. ท่านที่มีอายุมากขึ้นและพบปัญหาที่ทำให้รอบดวงตาดูโบ๋หรือตาลึก
  3. ท่านที่มีปัญหากระดูกบริเวณใต้ตายุบตัวลง
  4. ท่านที่มีปัญหาถุงใต้ตาขนาดใหญ่ อันเนื่องมาจากพันธุกรรม
  5. ท่านที่มีปัญหารอยคล้ำบริเวณใต้ตา โดยเป็นสาเหตุทำให้ใบหน้าดูไม่สดใสเหมือนคนพักผ่อนน้อย
  6. ท่านที่มีปัญหาใต้ตาโหลหรือตาดำจากลักษณะทางพันธุกรรม

คำถามที่พบบ่อย

หลังฉีดสามารถแก้ไขปัญหาอย่างไรได้บ้าง

  1. เบ้าตาลึกหรือตาโหลที่เกิดมาจากกรรมพันธุ์
  2. ร่องน้ำตาชัดซึ่งทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อย ดูเหนื่อยตลอดเวลา
  3. ถุงใต้ตาย้อยซึ่งเป็นปัญหาของถุงใต้ตาทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย

ปัญหาเหล่านี้ล้วนสามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้สารเติมเต็มในการรักษาทั้งสิ้น ยกเว้นปัญหาของถุงตาขนาดใหญ่ เพราะถึงแม้การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะทำให้ถุงใต้ตาดูลดลง และถึงแม้ผิวบริเวณนี้จะดูเรียบเนียนขึ้น แต่ไม่สามารถกำจัดถุงใต้ตาให้ออกไปได้อย่างถาวร

ทำแล้วเจ็บมากไหม

แม้ว่าบริเวณใต้ตาจะเป็นส่วนที่ดูบอบบาง แต่การฉีดจะไม่เจ็บมาก ซึ่งในบางท่านอาจจะไม่รู้สึกเจ็บเลย เพราะก่อนฉีดทางคลินิกจะมีการแปะยาชาสำหรับท่านที่กลัวเจ็บ และสารฟิลเลอร์จะผสมยาชาไว้อยู่แล้ว

ผลลัพธ์ของการรักษาอยู่ได้นานแค่ไหน 

โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ได้นานอย่างน้อย 18 – 24 เดือน ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับชนิดของสารฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ในการรักษา เนื่องจากสารเติมเต็มชนิดนี้มีโมเลกุลที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันไป การเลือกใช้ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดีจึงมีความสำคัญมาก และยังรวมถึงการดูแลตัวเองหลังการฉีดอีกด้วยค่ะ หากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดก็จะช่วยให้สารเติมเต็มอยู่ได้นานขึ้น

ราคาค่าบริการ 

การฉีดราคาจะแตกต่างกันไปทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้ารวมถึงลักษณะทางกายวิภาคของแต่ละบุคคล และยังรวมถึงชนิดของสารเติมเต็มที่เลือกใช้ ทำให้ไม่สามารถกำหนดในรายละเอียดราคาได้อย่างชัดเจน แต่สามารถขอรับการวิเคราะห์เพื่อประเมินราคาจากแพทย์ได้ค่ะ

หากเลือกใช้บริการจะส่งผลทำให้ตาบอดไหม 

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคนพูดกันว่า การฉีดสารเติมเต็มใต้ตานั้นอันตราย ซึ่งปัญหานี้โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดจากการเลือกใช้ฟิลเลอร์ใต้ตาแบบไม่บริสุทธิ์หรือใช้ของปลอมรวมไปถึงไขมันด้วย โดยสารดังกล่าวหากฉีดเข้าสู่เส้นเลือดจะทำให้เกิดการอุดตันจนส่งผลให้เกิดการตาบอดได้ค่ะ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการตกค้างในร่างกายจนส่งผลให้เกิดอาการบวม ใบหน้าผิดรูปนั่นเอง

ซึ่งในกรณีที่ใช้สารเติมเต็มใต้ตาของแท้จะสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ได้ เพราะการนำสารที่เป็นของแท้เข้าสู่ร่างกาย เมื่อเวลาผ่านไปจะสามารถละลายออกได้เองถึง 99% และเหลือไว้เพียงส่วนที่เป็นคอลลาเจนอีลาสตินที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวบริเวณที่เราฉีดเข้าไปโดยจะหลงเหลือเพียง 1%

การฉีดเป็นอันตรายไหม 

ก่อนอื่นเราขอทำความเข้าใจกันสักนิดนึงก่อนเกี่ยวกับสารเติมเต็มเพราะมีอยู่หลายประเภท แต่ในที่นี้เราจะพูดถึง HA Filler ซึ่งจัดอยู่ในแบบชั่วคราว โดยสารเติมเต็มใต้ตาของแท้นั้นสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ คุณจึงสบายใจหายห่วงได้เลยค่ะ แต่ในกรณีของสารเติมเต็มใต้ตาที่เป็นของปลอมหรือสารที่ทำเลียนแบบขึ้นมา และไม่ผ่านมาตรฐานซึ่งในปัจจุบันมีเยอะมาก เมื่อขึ้นชื่อว่าของปลอมแล้ว แน่นอนว่าจะถามหาความปลอดภัยจากการฉีดนั้นไม่ได้เลย ดังนั้นการหลีกเลี่ยงจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

ตำแหน่งที่ทำการฉีดสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการเติมเต็ม เพราะช่วยในการยกกระชับปรับรูปหน้าได้หลายตำแหน่ง แต่ก็มีในหลาย ๆ ตำแหน่งที่คุณหมอจะระวังในการฉีดเป็นอย่างมากเนื่องจากมีหลอดเลือดอยู่ในจุดเสี่ยง แต่สำหรับบริเวณใต้ตาหากฉีดโดยไม่ระวังอาจจะเข้าสู่เส้นเลือดได้ค่ะ

แพทย์ที่ดูแลในแต่ละเคสจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะการฉีดแล้วจะเป็นอันตรายไหมขึ้นอยู่กับฝีมือของแพทย์ล้วน ๆ เพราะหากประสบการณ์สูง มีชั่วโมงบินสูง ความแม่นยำย่อมส่งผลโดยตรงต่อการรักษา ดังนั้นในการรักษารูปแบบนี้จึงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ของการออกแบบรูปหน้า ซึ่งผ่านการวิเคราะห์โดยอาศัยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปจนถึงเนื้อเยื่อที่เกี่ยวพันต่อการหย่อนคล้อย รวมถึงโครงสร้างกระดูกที่ยุบตัวตามกาลเวลา จึงเป็นสาเหตุหลักของความเหี่ยวและหย่อนคล้อยของใบหน้าที่ทำให้ดูแก่และโทรมได้

การใช้ศิลปะของแพทย์ในการดีไซน์ปรับรูปหน้า เลือกผลิตภัณฑ์โมเลกุลสารเติมเต็มให้เหมาะสมในแต่ละเคส และเทคนิคการวางตำแหน่งที่ฉีดให้ถูกต้องซึ่งตรงนี้ต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์ การฉีดกับแพทย์ของคลินิกเราซึ่งเป็นแพทย์ผู้สอนฉีดฟิลเลอร์ จึงช่วยให้เรารู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่เข้าใช้บริการ โดยสรุปแล้วการฉีดไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัวหรืออันตรายค่ะ

ต้องใช้กี่ซีซีในการเข้ารับบริการแต่ละครั้ง

โดยปริมาน Fillerใต้ตา สำหรับใช้ฉีดนั้นเริ่มต้นที่ 1 – 4 ซีซี ขึ้นอยู่กับชนิดและยี่ห้อที่ใช้ด้วยค่ะ

ควรเลือกจากปัจจัยอะไรบ้าง 

  1. ควรเลือกแพทย์ที่มากประสบการณ์ : ก่อนที่จะทำการฉีดควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์อย่างละเอียดก่อน เพราะการฉีดฟิลเลอร์ต้องอาศัยความชำนาญรวมถึงประสบการณ์ของแพทย์อย่างมาก โดยเฉพาะการฉีดในตำแหน่งที่มีความอันตรายสูง
  2. การบริการของพนักงาน : โดยพนักงานของคลินิกควรมีความยิ้มแย้มแจ่มใส สุภาพ เป็นกันเอง และสามารถให้ความรู้เบื้องต้นแก่คนไข้ได้ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัวก่อนฉีดหรือหลังฉีดได้เป็นอย่างดีค่ะ
  3. ผลลัพธ์และการรีวิว : นับเป็นอีกหนึ่งเครื่องการันตีถึงฝีมือของแพทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะหากไม่ได้ผลจริงคงไม่มีใครกล้าถ่ายรูปตัวเองมาให้คนอื่นดู จริงไหมค่ะ รีวิวกับผลลัพธ์จริงโดยคนไข้จึงเป็นเครื่องการันตีถึงฝีมือของแพทย์ได้เป็นอย่างดีค่ะ

ข้อห้ามหลังฉีด

  1. คุณควรทำการหลีกเลี่ยงความร้อนต่าง ๆ เช่น ความร้อนจากแสงแดด ความร้อนจากไดร์เป่าผม ความร้อนจากเตาหมูปิ้ง ความร้อนจากเตากระทะ รวมไปถึงการอาบน้ำอุ่น ๆ ด้วย
  2. คุณควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ทำการฉีด หรืองดทำการขัดถู รวมถึงงดการสครับผิวและลอกใบหน้า
  3. คุณควรงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชม. หลังจากการฉีด
  4. หลังการฉีดคุณควรดื่มน้ำตามในปริมาณมาก ๆ เพราะฟิลเลอร์ถือเป็นสารที่ชอบน้ำ และอุ่มน้ำได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการดื่มน้ำตามมาก ๆ จึงช่วยให้เกิดการฟูแลดูสวยขึ้นอีกนั่นเองค่ะ
  5. กรณีที่คุณมีอาการบวมหรือเขียวช้ำ คุณสามารถทำการประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการบวม ได้ และควรหลีกเลี่ยงการกดหรือการนวดในบริเวณที่ทำการรักษาเป็นเวลาอย่างน้อย 2 – 3 วัน
  6. คุณสามารถแต่งหน้าได้ทันทีหลังการฉีดเสร็จ
  7. คุณควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนักในวันที่รักษา เพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดการสูญเสียน้ำมากเกินไป เพราะอาจจะส่งผลทำให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื่นมากตามไปด้วย และงดการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเสียรูปได้อีกด้วย
  8. กรณีที่คุณมีอาการปวดเล็กน้อยในบริเวณที่ทำการฉีด คุณสามารถรับประทานยาแก้ปวดพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้ค่ะ
  9. คุณควรงดการทำหัตการใด ๆ รวมถึงเลเซอร์เป็นเวลาอย่างน้อย 4 สัปดาห์หลังทำการรักษา และควรหลีกเลี่ยงการโดนความร้อนต่าง ๆ ด้วย
  10. หากมีรอยเขียวช้ำเกิดขึ้น อาการเหล่านี้สามารถหายไปได้เองภายใน 5 – 14 วัน
  11. คุณควรงดการนวดหน้าหรือกดแรง ๆ ในบริเวณที่ฉีดเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ถ้าหากคุณหมอฉีดได้ดีจะวางถูกตำแหน่งซึ่งจะไม่เกิดอาการบวม
  12. คุณควรเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังทำการรักษา เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอาการเขียวช้ำมากยิ่งขึ้น

อาการบวมเกิดจากสาเหตุอะไร

สำหรับสาเหตุของอาการบวมนั้นมักเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก ๆ คือ

1. เทคนิคของแพทย์ เพราะการฉีดจัดเป็นงานฝีมือของแพทย์ความงามอย่างแท้จริงเลยค่ะ

“ หากเลือกชนิดไม่เหมาะสม ฉีดผิดชั้นผิว ฉีดตื้นเกินไป ”

ซึ่งเป็นสาเหตุหลัก ๆ ของการฉีดแล้วเกิดอาการบวม เพราะเนื้อเยื่อในบริเวณใต้ตาค่อนข้างบางกว่าเนื้อเยื่อของบริเวณอื่น ๆ และมีหลอดเลือดฝอยเล็ก ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก แพทย์จึงต้องมีความพิถีพิถันตั้งแต่เลือกชนิดของเข็ม เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงอาการช้ำ ตลอดจนความเบาของน้ำหนักมือแพทย์เพื่อผลงานออกมาอย่างประณีต และสวยเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ

2. ผลข้างเคียงของการทำหัตถการ ข้อนี้จะเป็นลักษณะอาการบวมของเนื้อเยื่อในบริเวณรอบ ๆ เล็กน้อย ซึ่งเกิดจากการผ่านของเข็มนั้นเอง ในกรณีที่ผู้ป่วยมีผิวบางมาก ๆ แบบนี้จะคลำไม่ได้ โดยจะเป็นความรู้สึกระคายเคืองเหมือนผิวบวมน้ำเป็นอาการธรรมดาที่จะเกิดขึ้น 1 – 2 วัน และอาการนี้ก็จะค่อย ๆ เริ่มดีขึ้น ความรู้สึกบวมตุ่ยก็จะเริ่มหายไปเองแน่นอนค่ะ

หลังฉีดเกิดอาการบวมอย่างรุนแรงเป็นเพราะสาเหตุอะไร

ก่อนอื่นเลยต้องดูก่อนว่าอาการของก้อนที่บวมนั้นเกิดจากการติดเชื้อหรือไม่ โดยวิธีสังเกตง่าย ๆ คือ หากเกิดการติดเชื้อบริเวณที่บวมจะปวดมากกว่าปกติ และผิวหนังบริเวณนั้นจะรู้สึกร้อนกว่าบริเวณอื่น ซึ่งหากพบอาการแบบนี้ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน ในกรณีที่เป็นก้อนซึ่งไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อนั้นโดยส่วนใหญ่เกิดจาก

“ เทคนิคและฝีมือการฉีดของแพทย์ ”

หากมีอาการบวมแก้ไขได้ไหม

ได้ค่ะ อย่างที่เราย้ำในทุก ๆ บทความเลย หากเป็นสารเติมเต็มของแท้ Hyaluronic acid จะสามารถสลายได้เองโดยใช้ยาฉีดสลาย Hyaluronidase แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์นะคะ เพราะคุณหมอจะต้องเป็นผู้ประเมินในหลาย ๆ ด้านโดยไม่ต้องเสียเวลาไปนวด ประคบ

ฉีดสลายฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถทำได้หรือไม่

ได้ค่ะ ในกรณีที่เป็นของแท้ที่ผลิต Hyaluronic acid จริง ๆ เท่านั้น เนื่องจาก Hyaluronic acid จะมีสารสำหรับใช้ฉีดสลายที่มีชื่อว่า Hyaluronidase ซึ่งแพทย์จะทำการฉีดเข้าไปสลายยังบริเวณที่เคยฉีดเข้าไปแล้วค่ะ

หากเข้ารับการฉีดสลายฟิลเลอร์ใต้ตากี่วันหาย

ข้อมูลในส่วนนี้มีหลายปัจจัยดังนี้

  1. ปริมาณที่เคยฉีดมาแล้วเป็นก้อน : สำหรับปริมาณของยาสลายฟิลเลอร์ คุณหมอจะต้องวางแผนก่อนทำการฉีด โดยก่อนจะทำการฉีดสลายคุณหมอจะต้องขอซักประวัติเล็กน้อยถึงปริมาณ และตำแหน่งฟิลเลอร์ที่ทำการฉีดมา เนื่องจากคุณหมอจำเป็นต้องคำนวณปริมาณยาสลายให้ใกล้เคียงที่สุด
  2. ยาฉีดสลายเริ่มออกฤทธิ์เมื่อไหร่ : หลังจากที่คุณหมอทำการฉีดยาสลายด้วย Hyaluronidase ตัวยาจะเริ่มทำงานภายในระยะเวลา 48 ชั่วโมง ดังนั้นหลังทำการฉีดสลายไปได้ประมาณ 2 วัน หลายท่านก็จะเริ่มสังเกตเห็นว่าก้อนฟิลเลอร์เริ่มยุบหายไป และยาสลายยังคงออกฤทธิ์ต่อไปได้นานถึง 2 สัปดาห์ค่ะ
  3. ฉีดยาสลายซ้ำได้ไหม : สำหรับท่านใดที่ต้องการฉีดยาสลายซ้ำ คุณสามารถทำได้หากสารเติมเต็มที่เคยฉีดยังมีลักษณะเป็นก้อนบวมใหญ่มาก และอาจต้องมีการฉีดยาเพื่อทำการสลายซ้ำ ๆ หลายครั้ง ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ทำการประเมิน ซึ่งในแต่ละครั้งจะต้องทิ้งระยะเวลาห่างกันโดยประมาณ 2 สัปดาห์ค่ะ
  4. อาการที่พบได้หลังฉีดสลาย : หลังทำการฉีดสลายอาจพบอาการบวมแดงในบริเวณที่ฉีด แต่ถ้าหากคุณมีอาการผิดปกติ เช่น เกิดอาการบวมมาก มีอาการปวดมาก มีผื่นแดงคันเกิดขึ้น คุณควรรีบปรึกษาแพทย์
  5. ประมานกี่วันถึงจะเห็นผล : หลังจากที่มีการฉีดยาสลายสารเติมเต็มแล้ว คุณสามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังฉีดได้ในบางส่วน และส่วนที่เหลือจะเริ่มออกฤทธิ์อย่างต่อเนื่อง

หากมีปัญหาหรือข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับ Filler สามารถแอด Line หรือส่งคำถามมาได้ที่ Facebook Messenger จากปุ่มด้านล่างนี้ค่ะ

บทความโดยแพทย์ Doctor Mek Clinic